เช็กใบอนุญาตผู้ให้บริการสินเชื่อก่อนกู้: สินเชื่อในระบบมีแบบไหนและเพดานดอกเบี้ยรวมเท่าไร
กู้เงินให้ปลอดภัยเริ่มจากสองคำถามที่ควรตอบให้ได้ ก่อน เซ็นสัญญา คือ (1) ผู้ให้บริการรายนี้อยู่ในระบบหรือไม่ และอยู่ภายใต้หน่วยงานใดกำกับ และ (2) อัตราที่เขาเสนอ “เกินเพดานตามกฎหมาย” หรือไม่
คำตอบสั้นคือ เพดานในกฎหมายไทยเป็น “อัตรารวม” ที่คิดแบบลดต้นลดดอก (effective rate) ไม่ใช่แค่ดอกเบี้ย และเพดานไม่เท่ากันในแต่ละประเภทสินเชื่อ สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ (P-Loan) แบบไม่มีหลักประกันไม่เกิน 25% ต่อปี (แบบที่มีทะเบียนรถเป็นหลักประกัน 24% ต่อปี) สินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกำกับ (นาโนไฟแนนซ์) ไม่เกิน 33% ต่อปี บัตรเครดิตไม่เกิน 16% ต่อปี และการเช่าซื้อ/ลีสซิ่งรถยนต์–รถจักรยานยนต์คิดเป็นอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงไม่เกิน 10% ต่อปี (รถยนต์ใหม่) 15% ต่อปี (รถยนต์ใช้แล้ว) และ 23% ต่อปี (รถจักรยานยนต์) ส่วนผู้ให้บริการที่ไม่อยู่ภายใต้การกำกับของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ต้องยึดประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 654 คือ ดอกเบี้ยไม่เกิน 15% ต่อปี (เทียบราว 1.25% ต่อเดือน)
การเช็กว่าผู้ให้บริการมีตัวตนและได้รับอนุญาตจริงทำได้ฟรีผ่าน BOT License Check ของ ธปท. ที่ https://app.bot.or.th/BotLicenseCheck พิมพ์ชื่อบริษัทหรือนามสกุลลงช่องค้นหา แล้วดูว่าในหน้าผลลัพธ์ระบุ “ประเภทธุรกิจ” ที่ได้รับอนุญาตอะไรบ้าง คู่กับหน้า “เช็กแอปเงินกู้” ของ ธปท. (https://www.bot.or.th/th/license-loan.html) และสำหรับสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ให้ตรวจที่ https://1359.go.th/picodoc/
และถ้าผู้ให้บริการเรียกให้ โอนค่าธรรมเนียม ค่ามัดจำ หรือเงินค้ำประกันก่อนได้เงินกู้ เอกสารของ ธปท. เขียนไว้ตรง ๆ ว่า “สันนิษฐานเลยว่าอาจจะเป็นมิจฉาชีพ” — นี่คือจุดที่ต้องหยุด ไม่ใช่จุดที่ต้องเจรจา
ตัวเลขทั้งหมดในบทนี้ตรวจจากเอกสารทางการเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2569 โดยมีลิงก์ต้นทางให้กดตรวจเองท้ายบท บทความนี้ไม่มีลิงก์ affiliate ไม่รีวิวหรือจัดอันดับผู้ให้บริการรายใด และไม่ยืนยันว่าผู้อ่านจะได้อัตรา วงเงิน หรือผลอนุมัติตามที่ระบุในบทความ เพราะเกณฑ์การอนุมัติขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการแต่ละแห่ง
สรุปคำตอบในตารางเดียว: เพดานอัตรารวมตามกฎหมาย
| ประเภทสินเชื่อ | หน่วยงานที่กำกับ | เพดานรวมต่อปี (effective rate) | อ้างอิงที่ตรวจ |
|---|---|---|---|
| สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ (P-Loan) — ไม่มีหลักประกัน รวมวงเงินหมุนเวียน/บัตรกดเงินสด | ธปท. | ไม่เกิน 25% | ประกาศ สนส. 12/2563 (31 ก.ค. 2563) |
| P-Loan ที่มีทะเบียนรถเป็นหลักประกัน | ธปท. | ไม่เกิน 24% | ประกาศ สนส. 12/2563 |
| สินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกำกับ (นาโนไฟแนนซ์) | ธปท. | ไม่เกิน 33% | ประกาศ สนส. 13/2563 (31 ก.ค. 2563) |
| บัตรเครดิต | ธปท. | ไม่เกิน 16% | ประกาศ สนส. 11/2563 (31 ก.ค. 2563) |
| เช่าซื้อ/ลีสซิ่ง รถยนต์ใหม่ (ลูกค้าบุคคล ใช้ส่วนตัว) | ธปท. | ดอกเบี้ยไม่เกิน 10% (EIR) | ประกาศ ธปท. ที่ 55/2568 (2 ธ.ค. 2568) |
| เช่าซื้อ/ลีสซิ่ง รถยนต์ใช้แล้ว | ธปท. | ดอกเบี้ยไม่เกิน 15% (EIR) | ประกาศ ธปท. ที่ 55/2568 |
| เช่าซื้อ/ลีสซิ่ง รถจักรยานยนต์ | ธปท. | ดอกเบี้ยไม่เกิน 23% (EIR) | ประกาศ ธปท. ที่ 55/2568 |
| สินเชื่อรายย่อยระดับจังหวัดภายใต้การกำกับ (พิโกไฟแนนซ์) | กระทรวงการคลัง / สศค. | ไม่เกิน 36% | เอกสาร สศค./กรม 1359 |
| ผู้ให้บริการที่ไม่อยู่ในการกำกับของ ธปท. (รวมเงินกู้นอกระบบ) | ไม่มีหน่วยงานเฉพาะ (ใช้ ป.พ.พ.) | ดอกเบี้ยไม่เกิน 15% | ป.พ.พ. มาตรา 654 |
ตัวเลขในตารางนี้คือ เพดานสูงสุดตามประกาศ ไม่ใช่ “อัตราที่ตลาดใช้จริง” และไม่ใช่ “อัตราที่คุณจะได้รับ” ผู้ให้บริการเรียกเก็บต่ำกว่าเพดานได้เสมอ
ก่อนใช้ตาราง: “เพดาน” ในกฎหมายไทยคิดแบบอัตรารวม ลดต้นลดดอก
จุดที่คนเข้าใจผิดมากที่สุดคือคิดว่าเพดาน 25% หมายถึง “ดอกเบี้ย 25%” ทั้งที่ถ้อยคำในเอกสาร ธปท. ระบุชัดว่าให้ รวม ดอกเบี้ย ค่าปรับ ค่าบริการ และค่าธรรมเนียมใด ๆ เข้าด้วยกัน แล้วคำนวณแบบลดต้นลดดอก
“กำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจสามารถเรียกเก็บดอกเบี้ย ค่าปรับ ค่าบริการ หรือค่าธรรมเนียมใด ๆ เกี่ยวกับสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ จากผู้บริโภค เมื่อคำนวณรวมกันแล้วแบบลดต้นลดดอก (Effective rate) ต้องไม่เกินร้อยละ 25 ต่อปี สำหรับสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับที่มิใช่สินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นหลักประกัน และต้องไม่เกินร้อยละ 24 ต่อปี สำหรับสินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นหลักประกัน” — ธปท. เอกสาร “อัตราดอกเบี้ยสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ (P-Loan) สินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกำกับ (Nano Finance) บัตรเครดิต (Credit Card) และการให้เช่าซื้อและการให้เช่าแบบลีสซิ่งรถยนต์และรถจักรยานยนต์”
เอกสารหน้าเดียวกันนี้ใช้สูตรถ้อยคำแบบเดียวกันกับนาโนไฟแนนซ์ 33% ต่อปี บัตรเครดิต 16% ต่อปี และการเช่าซื้อ/ลีสซิ่งซึ่งกำหนดเป็น “อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงต่อปี (effective interest rate)” ไม่เกิน 10% 15% และ 23% ต่อปี ตามลำดับ
ผลที่ตามมาที่มีประโยชน์กับผู้อ่านคือ “ดอกเบี้ย 0% แต่ค่าบริการ 20%” ก็ยังต้องนับรวมในเพดาน การดูแค่ตัวเลขดอกเบี้ยที่โฆษณาจึงไม่พอ
ทำไม flat กับ effective ต่างกันถึงเกือบเท่าตัว
อัตราแบบเงินต้นคงที่ (flat rate) คิดดอกเบี้ยจากเงินต้นตั้งต้นตลอดสัญญา ขณะที่แบบลดต้นลดดอกคิดจากเงินต้นคงเหลือที่ลดลงจริง ตัวเลขที่เห็นจึงไม่เท่ากัน
“ถ้าดูกันแค่ตัวเลขก็เหมือนว่า A จะถูกกว่า แต่ที่จริงแล้ว เมื่อวัลลภลองแปลงอัตราดอกเบี้ยแบบเงินต้นคงที่ของ A เป็นแบบลดต้นลดดอก ก็จะพบว่า อัตราดอกเบี้ยของ A แบบลดต้นลดดอกโดยประมาณ = 4% x 1.8 = 7.2%” — ธปท. หน้า “ดอกเบี้ยเงินกู้แบบลดต้นลดดอก”
ตัวคูณประมาณ 1.8 นี้เป็นวิธีคิดคร่าว ๆ ที่ ธปท. ยกตัวอย่างให้เทียบขนาดภาระ ไม่ใช่ตัวเลขที่ใช้ปิดสัญญา ถ้าคุณต้องการวิธีอ่านอัตราและคำนวณต้นทุนรวมแบบละเอียด พร้อมตัวอย่างเทียบเป็นตัวเลข อ่านต่อได้ที่ วิธีอ่านอัตราดอกเบี้ยและคำนวณต้นทุนรวมของสินเชื่อ
อีกจุดที่ต้องถามให้ชัดคือสินเชื่อบางประเภท (โดยเฉพาะเช่าซื้อรถยนต์) เปิดเผย ทั้ง อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงและอัตราดอกเบี้ยคงที่ เพราะประกาศกำหนดให้ต้องแสดงทั้งคู่พร้อมกำกับว่าเป็นอัตราแบบไหน
“(ก) ข้อมูลอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง (effective interest rate) และอัตราดอกเบี้ยคงที่ (flat interest rate) (ร้อยละต่อปี) สูงสุดที่ผู้ประกอบธุรกิจจะเรียกเก็บจากลูกค้า จำแนกตามประเภทการให้เช่าซื้อ … ผู้ประกอบธุรกิจต้องแสดงข้อความกำกับว่าเป็นอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงหรืออัตราดอกเบี้ยแบบคงที่ด้วย” — ประกาศ ธปท. ที่ 55/2568 ข้อ 4.3.1
สินเชื่อในระบบมีแบบไหน และใครกำกับ
การแยกให้ถูกช่วยให้รู้ว่า “ถ้ามีปัญหา จะร้องเรียนที่ใคร” และ “เพดานใดใช้กับสัญญานี้”
1) อยู่ภายใต้การกำกับของ ธปท.
เอกสารของ ธปท. ระบุกลุ่มผู้ประกอบธุรกิจที่อยู่ในการกำกับและมีเพดานอัตรารวม ได้แก่ สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ (P-Loan), สินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกำกับ (Nano Finance), บัตรเครดิต และธุรกิจการให้เช่าซื้อ/ให้เช่าแบบลีสซิ่งรถยนต์และรถจักรยานยนต์
P-Loan คือสินเชื่อบุคคลแบบไม่มีหลักประกัน (Clean Loan) ให้แก่บุคคลธรรมดาโดยไม่ระบุวัตถุประสงค์ และมี 3 รูปแบบ ตามที่ ธปท. อธิบายไว้
“สินเชื่อส่วนบุคคลประเภทนี้ถูกกำกับดูแลโดยกระทรวงการคลังและแบงก์ชาติ แบ่งได้เป็น 3 รูปแบบ คือ 1. ทำสัญญาและรับเงินไปทั้งก้อน 2. ทำสัญญาเพื่อรับวงเงินหมุนเวียน แล้วใช้บัตรกดเงินสดเบิกเงินออกมาเมื่อต้องการใช้ 3. ทำสัญญาเช่าซื้อสินค้าแบบรายชิ้น” — ธปท. หน้า “สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ (P-Loan)”
ผู้ให้บริการในกลุ่มนี้คือธนาคารพาณิชย์ บริษัทเงินทุน และบริษัทที่ได้รับอนุญาตจากกระทรวงการคลัง (Non-bank)
2) จุดที่คนเข้าใจผิด: บัตรกดเงินสดไม่ใช่บัตรเครดิต
เพราะบัตรกดเงินสดเป็น “รูปแบบที่ 2” ของ P-Loan จึงอยู่ในเพดาน 25% ต่อปี (แบบไม่มีหลักประกัน) ไม่ใช่เพดาน 16% ของบัตรเครดิต รายละเอียดต้นทุนและค่าธรรมเนียมของบัตรเครดิตแยกอธิบายไว้ที่ ดอกเบี้ยบัตรเครดิตคิดอย่างไร และ ค่าธรรมเนียมบัตรเครดิตและต้นทุนรวม
สำหรับบัตรเครดิตเอง ตัวเลขที่ใช้บ่อยมี 3 ตัว คือ เพดานรวมทุกอย่าง 16% ต่อปี, ค่าธรรมเนียมเบิกถอนเงินสดไม่เกิน 3% ของจำนวนที่เบิก (บวก VAT) และยอดชำระขั้นต่ำไม่น้อยกว่า 10% ของยอดคงค้างทั้งสิ้น
3) สินเชื่อที่มีหลักประกัน เช่น จำนำทะเบียนรถ
สินเชื่ออเนกประสงค์แบบมีหลักประกันคือสินเชื่อที่นำทรัพย์สิน เช่น ที่อยู่อาศัย รถยนต์ บัญชีเงินฝาก พันธบัตร มาเป็นหลักประกัน โดย ธปท. ระบุว่าอัตราดอกเบี้ยมักคิดแบบลดต้นลดดอก ยกเว้นสินเชื่อที่มีรถยนต์เป็นหลักประกันซึ่งมักคิดดอกเบี้ยแบบเงินต้นคงที่ (flat rate) เช่นเดียวกับการเช่าซื้อรถยนต์
ประเด็นสำคัญคือเพดานยังแยกตามประเภท: ถ้าเป็น P-Loan ที่มีทะเบียนรถเป็นหลักประกัน เพดานคือ 24% ต่อปี (ต่ำกว่าแบบไม่มีหลักประกัน) และ ธปท. ระบุว่าผู้ให้บริการกลุ่มนี้บางราย ไม่อยู่ภายใต้การกำกับของ ธปท. เช่น สถาบันการเงินเฉพาะกิจ สถานธนานุบาล และผู้ประกอบการอื่น ๆ — สิ่งที่ผิดกฎหมายคือ “คิดดอกเบี้ยเกินเพดาน” ไม่ใช่แค่ “ไม่อยู่ในการกำกับ” รายละเอียดเชิงลึกของสินเชื่อจำนำทะเบียนรถและการโอนหนี้รถอยู่ใน คู่มือสินเชื่อทะเบียนรถ
4) พิโกไฟแนนซ์: อยู่ในระบบ แต่ผู้กำกับคือกระทรวงการคลัง ไม่ใช่ ธปท.
พิโกไฟแนนซ์ (สินเชื่อรายย่อยระดับจังหวัดภายใต้การกำกับ) เป็นอีกกลุ่มที่มักถูกสับสนว่าไม่อยู่ในระบบ ที่จริงต้องขออนุญาตและมีเพดานของตัวเอง
“ได้อนุญาตให้มีการประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อยประเภทใหม่ ได้แก่ สินเชื่อรายย่อยระดับจังหวัดภายใต้การกำกับ (สินเชื่อพิโกไฟแนนซ์) ซึ่งผู้ประกอบธุรกิจสามารถเรียกเก็บดอกเบี้ย ค่าปรับ ค่าบริการ และค่าธรรมเนียมใด ๆ ได้ไม่เกินร้อยละ 36 ต่อปี” — เอกสาร สศค./กรม 1359
“การให้สินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ … ถือเป็นกิจการที่ต้องขออนุญาตต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง … โดยสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะผู้กำกับดูแล” — เอกสาร สศค./กรม 1359
จะเห็นว่าเพดาน 36% สูงกว่าทุกกลุ่มที่ ธปท. กำกับ จึงต้องแยกจากตาราง ธปท. เสมอ ไม่ใช่พูดรวมกันว่า “สินเชื่อในระบบไม่เกิน 25%”
5) ไม่อยู่ในการกำกับของ ธปท.: ยึด ป.พ.พ. มาตรา 654 (15% ต่อปี)
“ผู้ที่ไม่ได้ประกอบธุรกิจภายใต้การกำกับดูแลของ ธปท. ตามข้อ 1 – 4 ข้างต้น การคิดอัตราดอกเบี้ยจะต้องเป็นไปตามกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ซึ่งมาตรา 654 บัญญัติห้ามมิให้คิดดอกเบี้ยเกินร้อยละ 15 ต่อปี” — ธปท. เอกสารเพดานอัตราดอกเบี้ย
หน้า “เช็กแอปเงินกู้” ของ ธปท. ระบุเพิ่มเติมว่าเงินกู้นอกระบบ (หนี้ที่ผู้ให้กู้ไม่อยู่ในระบบสถาบันการเงิน) ไม่อยู่ในการกำกับของ ธปท. และ “การกู้นอกระบบมักมีการเรียกเก็บดอกเบี้ยสูงเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด (ตามกฎหมายคือ การเรียกเก็บดอกเบี้ยต้องไม่เกินร้อยละ 15 ต่อปี หรือร้อยละ 1.25 ต่อเดือน)”
6) เช่าซื้อ/ลีสซิ่งรถยนต์: ผู้ประกอบต้อง “รายงานตัว” ไม่ใช่ “ขอใบอนุญาต”
จุดนี้ทำให้วิธีตรวจสอบต่างจาก P-Loan ถ้าคุณไปค้นชื่อบริษัทเช่าซื้อรถแล้วไม่เจอ “ใบอนุญาต” ก็ไม่ควรสรุปว่าเป็นบริษัทเถื่อน
“นิติบุคคล ที่ให้บริการเช่าซื้อและให้เช่าแบบลีสซิ่งรถยนต์และรถจักรยานยนต์เป็นทางค้าปกติทุกราย ต้องอยู่ภายใต้ พ.ร.ฎ.ฯ ซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับของ ธปท. … ผู้ประกอบธุรกิจทั้งรายเดิมและรายใหม่มีหน้าที่ ต้องรายงานข้อมูลเพื่อแสดงตัวต่อ ธปท. แต่ไม่ต้องยื่นขอใบอนุญาต ในการประกอบธุรกิจ” — ธปท. หน้า “ธุรกิจเช่าซื้อลีสซิ่ง”
ถ้ากำลังคิดเรื่องรถยนต์คันแรก ต้นทุนที่ต้องจ่ายจริงนอกจากค่างวดมีรายการอื่นด้วย ดูภาพรวมได้ที่ ต้นทุนจริงของการซื้อรถคันแรก
เพดานอัตรารวมของแต่ละประเภท และเลขประกาศที่ต้องอ้าง
ตัวเลขเพดานผูกกับประกาศ ไม่ใช่ความเห็นของเว็บไซต์ เวลามีคนอ้างว่า “ดอกเบี้ยเกินกฎหมาย” ให้ย้อนไปที่ประกาศเหล่านี้
| กลุ่ม | เพดานรวม | ประกาศ/เอกสาร | วันที่ |
|---|---|---|---|
| P-Loan ไม่มีหลักประกัน | 25% ต่อปี (effective) | ประกาศ สนส. 12/2563 | 31 ก.ค. 2563 |
| P-Loan มีทะเบียนรถเป็นหลักประกัน | 24% ต่อปี (effective) | ประกาศ สนส. 12/2563 | 31 ก.ค. 2563 |
| นาโนไฟแนนซ์ | 33% ต่อปี (effective) | ประกาศ สนส. 13/2563 | 31 ก.ค. 2563 |
| บัตรเครดิต | 16% ต่อปี (effective) | ประกาศ สนส. 11/2563 | 31 ก.ค. 2563 |
| เช่าซื้อ/ลีสซิ่งรถ (ลูกค้าบุคคล ใช้ส่วนตัว) | 10% (ใหม่) / 15% (ใช้แล้ว) / 23% (รถจักรยานยนต์) ต่อปี (EIR) | ประกาศ ธปท. ที่ 55/2568 | 2 ธ.ค. 2568 |
| พิโกไฟแนนซ์ | 36% ต่อปี | เอกสาร สศค./กรม 1359 | ตรวจ 3 ต.ค. 2569 |
| ไม่อยู่ในการกำกับ | ดอกเบี้ย 15% ต่อปี | ป.พ.พ. มาตรา 654 | — |
วันมีผลบังคับใช้ของหลักเกณฑ์เช่าซื้อ — อ่านให้ครบก่อนเอาไปเถียงกับผู้ให้บริการ
ประกาศเช่าซื้อ/ลีสซิ่งฉบับใหม่มีผลกับสัญญาเก่าอย่างไร เอกสารของ ธปท. ระบุเป็นสองช่วง
“สำหรับลูกค้าเช่าซื้อบุคคลธรรมดาเพื่อใช้ส่วนตัว ที่ได้ทำสัญญาไว้ก่อนวันที่ 3 ธ.ค. 68 ซึ่งประกาศมีผลบังคับใช้ ยังให้เป็นไปตามข้อตกลงเดิมที่กำหนดในสัญญา เช่น เพดานอัตราดอกเบี้ย การคิดดอกเบี้ยผิดนัดชำระหนี้ ส่วนลดปิดบัญชีก่อนกำหนด • อย่างไรก็ดี สำหรับหลักเกณฑ์ในเรื่องอื่น เช่น การปฏิบัติเกี่ยวกับการเรียกเก็บและการเปิดเผยข้อมูลดอกเบี้ย ค่าบริการ และเบี้ยปรับ / ประเภทและรายการค่าบริการที่เรียกเก็บได้ / การให้บริการทางการเงินอย่างรับผิดชอบและเป็นธรรม … ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. 69 นั้น ผู้ประกอบธุรกิจต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์เหล่านั้นสำหรับลูกค้าทุกสัญญา (รวมทั้งสัญญาเก่าที่เกิดก่อน 3 ธ.ค. 68)” — ธปท. หน้า “ธุรกิจเช่าซื้อลีสซิ่ง”
แปลว่า เพดานอัตราดอกเบี้ย ใช้กับสัญญาใหม่ตั้งแต่ 3 ธ.ค. 2568 แต่ หน้าที่เรื่องการเปิดเผยข้อมูลและรายการค่าบริการที่เรียกเก็บได้ ใช้กับสัญญาทุกฉบับ (รวมสัญญาเก่า) ตั้งแต่ 1 มิ.ย. 2569
ดอกเบี้ยผิดนัด และการปิดบัญชีก่อนกำหนด
สองเรื่องนี้คือจุดที่ยอดรวมบานปลาย และเป็นเรื่องที่คนไม่ค่อยถามก่อนเซ็น
ดอกเบี้ยผิดนัดไม่ได้คิดได้ตามใจ
“เมื่อปี 2563 ได้มีการกำหนดอัตราสูงสุด (max) ที่ผู้ให้บริการสามารถคิดอัตราดอกเบี้ยผิดนัดชำระหนี้เพิ่มขึ้น จากอัตราดอกเบี้ยปกติที่เรียกเก็บตามสัญญาได้ ไม่เกิน 3% ต่อปี และให้คำนวณจากยอดเงินต้นของค่างวดที่ผิดนัดชำระเท่านั้น (จากเดิมที่ไม่มีการกำหนดเพดาน และคำนวณจากฐานเงินต้นคงเหลือทั้งหมด)” — ธปท. บทความ “การคุ้มครองสิทธิที่ลูกหนี้ควรรู้”
ตัวอย่างที่ ธปท. ยกไว้ในหน้า “ดอกเบี้ยผิดนัดชำระหนี้และการตัดชำระหนี้ คิดอย่างไรให้เป็นธรรม” คือ ถ้าดอกเบี้ยตามสัญญา 8% ผู้ให้บริการทางการเงินกำหนดอัตราดอกเบี้ยผิดนัดได้ไม่เกิน 11% (อัตราตามสัญญา + ไม่เกิน 3%)
สำหรับเช่าซื้อรถยนต์ของลูกค้าบุคคล มีเพดานต่างหาก คือ ไม่เกิน 5% ต่อปี และคำนวณบนฐานของ ค่างวด (ซึ่งประกอบด้วยเงินต้น ดอกเบี้ย และ VAT) ไม่ใช่บนเงินต้นคงเหลือทั้งหมด
ปิดบัญชีก่อนกำหนด: สินเชื่อบุคคลห้ามเก็บค่าปรับ แต่เช่าซื้อใช้กลไกส่วนลด
“ห้ามผู้ให้บริการเรียกเก็บ ‘prepayment fee’ หรือ ค่าปรับ จากการไถ่ถอนสินเชื่อก่อนกำหนด … จากสินเชื่อหลายประเภท คือ 1. สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ 2. สินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกำกับ (Nano finance) 3. สินเชื่อจำนำทะเบียนรถ 4. สินเชื่อส่วนบุคคลดิจิทัล และ 5. สินเชื่ออุปโภคบริโภคอื่นๆ เช่น สินเชื่อสวัสดิการ ทั้งหมดนี้ ครอบคลุมถึงสัญญาเก่าที่ยังมีผลอยู่ด้วย ส่วนการยกเว้น มีเพียงสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย ที่ผู้ให้บริการยังเรียกเก็บ prepayment fee ได้ในช่วง 3 ปีแรกนับจากวันทำสัญญา” — ธปท. บทความ “การคุ้มครองสิทธิที่ลูกหนี้ควรรู้”
สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยเป็นข้อยกเว้น (ค่าปรับในช่วง 3 ปีแรก) ถ้าคุณกำลังดูสินเชื่อบ้านอยู่ ควรวางแผนเรื่องนี้ตั้งแต่วันแรก ดู คู่มือสินเชื่อบ้านหลังแรก
ส่วนเช่าซื้อรถยนต์ใช้คนละเครื่องมือ คือได้ ส่วนลดดอกเบี้ยเช่าซื้อที่ยังไม่ถึงกำหนดชำระ ตามสัดส่วนค่างวดที่ผ่อนมาแล้ว
| ผ่อนมาแล้ว | ส่วนลดดอกเบี้ยที่ยังไม่ถึงกำหนด |
|---|---|
| ไม่เกิน 1 ใน 3 ของค่างวดตามสัญญา | ไม่น้อยกว่า 60% |
| เกิน 1 ใน 3 แต่ไม่เกิน 2 ใน 3 | ไม่น้อยกว่า 70% |
| เกิน 2 ใน 3 | ได้ทั้งหมด (100%) |
นอกจากนี้ ตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2567 ธปท. ห้ามผู้ให้บริการคิด ดอกเบี้ยบนดอกเบี้ย สำหรับสินเชื่อที่ให้แก่ลูกค้ารายย่อย (รวมบัญชีเดินสะพัดของสินเชื่อเบิกเกินบัญชี/OD)
วงเงิน P-Loan ไม่ใช่เพดานกฎหมาย แต่เป็นเกณฑ์ที่ ธปท. กำหนด
สิ่งที่อีกหลายคนสับสนคือวงเงินกู้ P-Loan ไม่ได้ขึ้นกับเพดานดอกเบี้ย แต่ขึ้นกับรายได้
| รายได้/กระแสเงินสดเข้าเฉลี่ยต่อเดือน | วงเงินต่อผู้ให้บริการ |
|---|---|
| น้อยกว่า 30,000 บาท | ไม่เกิน 1.5 เท่าของรายได้ (สูงสุดไม่เกิน 3 ผู้ให้บริการ) |
| ตั้งแต่ 30,000 บาทขึ้นไป | ไม่เกิน 5 เท่าของรายได้ |
วงเงินฉุกเฉินชั่วคราวเมื่อรวมกับวงเงินเดิมแล้วต้องไม่เกิน 5 เท่าเช่นกัน และเกณฑ์นี้ใช้กับผู้สมัครรายใหม่ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2560 เป็นต้นไป — ทั้งหมดนี้ยังขึ้นกับการพิจารณาของผู้ให้บริการแต่ละแห่ง
เช็กใบอนุญาตผู้ให้บริการสินเชื่อ: 3 เครื่องมือที่ทำได้เองวันนี้
ทั้งหมดเป็นเครื่องมือของราชการ ใช้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย และไม่มีลิงก์ affiliate ในบทนี้
เครื่องมือที่ 1: BOT License Check
เปิด https://app.bot.or.th/BotLicenseCheck ซึ่งเป็น “ระบบการตรวจสอบข้อมูลการได้รับอนุญาต การขึ้นทะเบียน หรือการแสดงตัวตน ของผู้ประกอบธุรกิจภายใต้การกำกับของธนาคารแห่งประเทศไทย เช่น P-Loan, Nano Finance, e-Money, ผู้ประกอบธุรกิจการให้เช่าซื้อและการให้เช่าแบบลีสซิ่งรถยนต์และรถจักรยานยนต์”
ขั้นตอนที่ใช้จริง
- พิมพ์ ชื่อบริษัท หรือ นามสกุลผู้ให้บริการ หรือเลขที่อ้างอิงหนังสือแสดงผล ลงในช่องค้นหา
- เปิดหน้าผลลัพธ์ของรายที่ต้องการ แล้วอ่าน “ประเภทธุรกิจ” ที่ระบุว่าบริษัทนั้นได้รับอนุญาตให้ทำอะไร
- ดู เวลาของข้อมูล ในหน้าผลลัพธ์ด้วย เพราะระบบแสดงข้อมูล ณ เวลาที่ดึง ไม่ใช่สถานะถาวร
ตัวอย่างการอ่านผล จากการเปิดหน้าผลรายรายหนึ่งเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2569 เวลา 09:34 น. หน้าจอแสดง “ข้อมูล ณ วันที่ 3 ตุลาคม 2569 เวลา 09:34” พร้อมประเภทธุรกิจ เช่น บริษัทบริหารสินทรัพย์ บริการรับฝากเงิน บริการให้กู้ยืมเงิน และบริการให้เช่าซื้อ/ให้เช่าแบบลีสซิ่งรถยนต์/รถจักรยานยนต์ — สังเกตว่า ประเภทธุรกิจต้องตรงกับสิ่งที่เขากำลังเสนอขายให้คุณ ไม่ใช่แค่ “บริษัทมีชื่อในระบบ”
ข้อจำกัดที่ต้องบอกตรง ๆ: ในรอบที่ตรวจ ระบบค้นหาแบบเป็นชุดอ่านผ่านสคริปต์ไม่ได้ (ตอบข้อผิดพลาด) จึงเปิดอ่านได้เฉพาะหน้าผลรายราย บทความนี้จึงสอนวิธีตรวจ ไม่ได้อ้างว่าได้ตรวจรายชื่อผู้ให้บริการทั้งหมดแทนคุณ
เครื่องมือที่ 2: หน้า “เช็กแอปเงินกู้” และรายชื่อที่ ธปท. กำกับ
หน้า https://www.bot.or.th/th/license-loan.html ของ ธปท. รวมคำเตือนเรื่องแอปเงินกู้และช่องทางตรวจสอบไว้ในหน้าเดียว โดยระบุแนวปฏิบัติว่า
“ตรวจสอบรายชื่อผู้ให้บริการทุกครั้งว่าอยู่ภายใต้การกำกับหรือไม่ พร้อมโทรถามให้แน่ว่าผู้ให้บริการเหล่านั้นได้รับอนุญาตประกอบธุรกิจอย่างถูกต้อง — หากไม่พบรายชื่อหรือข้อมูลไม่ตรงกับแหล่งข้อมูลของทางการ ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็น ‘มิจฉาชีพ’” — ธปท. หน้า “เช็กแอปเงินกู้”
หน้าเว็บยังมีหมายเหตุว่า “ข้อมูลรายชื่อแอปพลิเคชันและข้อมูลของผู้ให้บริการ อาจมีการปรับปรุงเพิ่มเติม” จึงต้องเช็กซ้ำทุกครั้งก่อนโอนหรือเซ็น
เครื่องมือเสริมที่ใช้คู่กันได้
- รายชื่อผู้ให้บริการสินเชื่อส่วนบุคคลดิจิทัล https://www.bot.or.th/th/financial-innovation/digital-finance/Digital-P-LoanProviders.html — หน้าเว็บระบุว่าข้อมูลปรับปรุงล่าสุด 1 ส.ค. 2569 และตาราง ณ วันที่ตรวจ (3 ต.ค. 2569) มี 13 ราย บางรายมีสถานะ “ยังไม่ได้เริ่มให้บริการ” (บทความนี้ไม่คัดรายชื่อทั้งชุดลงมา เพราะรายชื่อและสถานะเปลี่ยนได้ ให้ไปดูที่หน้าต้นทาง)
- รายชื่อที่อยู่สถาบันการเงินและ Non-Bank ที่ ธปท. กำกับดูแล https://www.bot.or.th/th/fi-list.html
เครื่องมือที่ 3: พิโกไฟแนนซ์ ตรวจที่ 1359
ผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ที่ได้รับอนุญาตจากกระทรวงการคลัง ตรวจสอบได้ที่ https://1359.go.th/picodoc/ ซึ่งเป็นช่องทางที่หน้า “เช็กแอปเงินกู้” ของ ธปท. ลิงก์ไปเอง
ถ้าไม่พบรายชื่อ หรือข้อมูลไม่ตรง ต้องทำอะไรต่อ
- หยุดและอย่าโอนเงินก่อนเด็ดขาด เอกสารของ ธปท. เขียนว่า “ถ้าผู้ให้กู้รายใด แจ้งให้โอนเงินก่อน สันนิษฐานเลยว่าอาจจะเป็นมิจฉาชีพหลอกลวง ห้ามโอนเงินก่อนเด็ดขาด จนกว่าจะตรวจสอบให้แน่ใจว่ามีตัวตนอยู่จริง”
- เก็บหลักฐานทุกอย่างไว้ ทั้งแชต ข้อความ เอกสารที่ได้รับ และหลักฐานการติดต่อ
- ถ้าโอนไปแล้ว ลำดับที่ ธปท. แนะนำคือ ตั้งสติ รวบรวมหลักฐาน → แจ้งความที่สถานีตำรวจในท้องที่เกิดเหตุ → ติดต่อธนาคารเพื่อขอยายัดบัญชี
- แจ้งเบาะแสได้ที่ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) สายด่วน 1599 หรือ 1441 และกรณีเงินกู้นอกระบบติดต่อศูนย์รับแจ้งการเงินนอกระบบ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง สายด่วน 1359 (แจ้งเบาะแสภัยทางการเงินผ่านหน้า https://services.bot.or.th/cpm?id=smp_fraud_info ได้เช่นกัน)
สัญญาณอันตราย และวิธีจับผิดโฆษณาสินเชื่อ
สัญญาณเตือนเหล่านี้ไม่ใช่ความเห็นของเรา แต่เป็นรูปแบบที่ ธปท. ระบุไว้เองในหน้าเตือนภัย
- เรียกเก็บเงินก่อน ให้โอนค่าธรรมเนียม ค่ามัดจำ หรือเงินค้ำประกันก่อนจึงจะได้เงินกู้
- อ้างว่ากู้ได้แม้ติดแบล็กลิสต์ หรือ “กู้ง่าย ได้เร็ว ใช้เอกสารน้อย ไม่ต้องมีหลักประกัน”
- อ้างเงื่อนไขไม่ชัดเจน โดยอ้างตัวเป็นสถาบันการเงินหรือนายหน้าช่วยขอสินเชื่อ แล้วบอกว่าจะได้วงเงินสูง อนุมัติไว ขั้นตอนน้อย
- ทวงหนี้ไม่เป็นธรรม เช่น ข่มขู่ ดูหมิ่น ใช้ความรุนแรง หรือทวงถามหนี้กับคนอื่นที่ไม่ใช่ลูกหนี้ และห้ามเปิดเผยข้อมูลการเป็นหนี้ของลูกหนี้ให้ผู้อื่นทราบ
- “แจ้งว่ากรอกเลขที่บัญชีผิด ต้องโอนค่าธรรมเนียมแก้ไขข้อมูลเพิ่ม” หรือ “เปลี่ยนใจไม่อยากกู้แล้วอ้างว่ายกเลิกไม่ได้” — เป็นรูปแบบที่ ธปท. ยกมาเตือนโดยตรง
ตัวอย่างคำนวณของ ธปท.: “ผ่อนวันละ 150 บาท” แพงแค่ไหน
ตัวอย่างนี้ ธปท. คำนวณเองในหน้า “3 วิธี…เมื่อติดกับดักหนี้นอกระบบ”
สมมติกู้เงิน 10,000 บาท จ่ายคืนวันละ 150 บาท เป็นเวลา 3 เดือน (150 × 30 วัน × 3 เดือน = 13,500 บาท) จะมีดอกเบี้ยที่จ่ายทั้งหมด 3,500 บาท หรือคิดเป็น อัตราดอกเบี้ยราว 140% ต่อปี
นี่คือเหตุผลว่าทำไม “ผ่อนวันละไม่กี่บาท” ถึงไม่ใช่สัญญาณว่าถูก — ต้องถามอัตราต่อปีและยอดรวมที่จ่ายทั้งสัญญาเสมอ
เกณฑ์โฆษณา 3 ข้อ ที่ใช้จับผิดได้ทันที
เอกสาร ธปท. ระบุเกณฑ์โฆษณาสินเชื่อไว้ 3 ข้อ ซึ่งกลายเป็นเช็กลิสต์ให้ผู้อ่านใช้ได้เลย
- ถูกต้องและชัดเจน
- ครบถ้วนและเปรียบเทียบได้ — ต้องแสดงอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง (effective rate) ต่อปี เป็นช่วง ต่ำสุด–สูงสุด (min%–max%) และถ้าโฆษณาด้วยค่างวด เช่น “ผ่อนหมื่นละ 10 บาทต่อวัน” ต้องแสดงข้อมูลที่ใช้คำนวณ ได้แก่ เงินต้น อัตราดอกเบี้ย จำนวนดอกเบี้ยทั้งสัญญา ค่างวด และระยะเวลาผ่อนชำระคืน
- ไม่กระตุ้นก่อหนี้เกินควร — สินเชื่อรายย่อยต้องแสดงคำเตือน “กู้เท่าที่จำเป็น และชำระคืนไหว”
จำง่าย ๆ ว่า ถ้าโฆษณาไม่แสดงช่วง min%–max% ของอัตราที่แท้จริง และไม่มีคำเตือน “กู้เท่าที่จำเป็น” นั่นคือสัญญาณว่าผู้โฆษณาไม่ได้ทำตามเกณฑ์ของ ธปท.
ก่อนเซ็นสัญญา: คำถาม 8 ข้อที่ต้องได้คำตอบเป็นลายลักษณ์อักษร
ชุดคำถามนี้ยึดตามเกณฑ์การเปิดเผยข้อมูลขั้นต่ำที่ประกาศ ธปท. ที่ 55/2568 กำหนดไว้สำหรับการเช่าซื้อ แต่ใช้เป็นคำถามที่ดีได้กับสินเชื่อทุกประเภท
- อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง (effective rate/EIR) ต่อปีเท่าไร และถ้ามีอัตราแบบคงที่ (flat rate) เท่าไร ให้ระบุว่าตัวเลขไหนเป็นแบบใด
- ดอกเบี้ยผิดนัดชำระหนี้ สูงสุดเท่าไรต่อปี และคิดบนฐานใด (สินเชื่อรายย่อยคิดบนเงินต้นของงวดที่ผิดนัด / เช่าซื้อคิดบนฐานค่างวด)
- ค่าบริการทั้งหมด ระบุเป็นจำนวนหรืออัตราและหน่วย (เช่น บาทต่อครั้ง) ไม่ใช่แค่คำว่า “มีค่าใช้จ่าย”
- เบี้ยปรับทั้งหมด จำนวน/อัตราและหน่วย
- เงินต้น ยอดที่ได้รับจริง ค่างวด จำนวนงวด และดอกเบี้ยทั้งสัญญา — พร้อมขอ “ตารางแสดงภาระหนี้”
- ถ้าปิดบัญชีก่อนกำหนดคิดอย่างไร — สินเชื่อส่วนบุคคล/นาโน/จำนำทะเบียนรถ/ดิจิทัล ต้องไม่มีค่าปรับปิดก่อนกำหนด ส่วนเช่าซื้อรถยนต์ต้องได้เกณฑ์ส่วนลด 60/70/100%
- อัตราดอกเบี้ยลอยตัวหรือคงที่ ถ้าลอยตัวอ้างอิงอะไรและบวกส่วนต่างเท่าไร
- ขอเอกสารประกาศอัตราดอกเบี้ย/ค่าบริการของผู้ให้บริการ ทั้งจากสำนักงานใหญ่และเว็บไซต์ เพื่อเทียบกับที่พนักงานพูด
และข้อที่ต้องรู้ก่อนเซ็น: ประกาศ ธปท. ที่ 55/2568 ระบุว่าผู้ประกอบธุรกิจจะเรียกเก็บค่าบริการที่เกิดจาก “การดำเนินการภายในที่เป็นปกติวิสัย” โดยไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์เพิ่มเติมแก่ลูกค้าไม่ได้ ตัวอย่างที่ยกไว้คือ ค่าบริการจัดทำสัญญาเช่าซื้อ ขณะที่ค่าบริการที่จ่ายไปจริงและพอสมควรแก่เหตุ (เช่น ค่าธรรมเนียมราชการ) เรียกเก็บแยกได้ แต่ต้องไม่นำไปคำนวณรวมเป็นดอกเบี้ยซ้ำ
เอกสารที่ต้องเตรียม และแบบฟอร์มที่ “เซ็นหรือไม่ก็ได้”
เอกสารขอสินเชื่อโดยทั่วไปแบ่งเป็น 3 กลุ่ม ตามที่ ธปท. แนะนำ
| กลุ่ม | ตัวอย่างเอกสาร |
|---|---|
| 1. เอกสารประจำตัว | สำเนาบัตรประชาชน, สำเนาทะเบียนบ้าน, ทะเบียนสมรส/หย่า/ใบมรณบัตร, หลักฐานการเปลี่ยนชื่อ-สกุล (ถ้ามี) |
| 2. เอกสารรายได้ | ผู้มีรายได้ประจำ: ใบรับรองเงินเดือนหรือหลักฐานการรับเงินเดือน, สมุดบัญชีเงินฝาก · ผู้มีอาชีพอิสระ: สัญญาว่าจ้างและหลักฐานการจ่ายค่าจ้าง, ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ, statement ย้อนหลังอย่างน้อย 6 เดือน |
| 3. เอกสารอื่น ๆ | สัญญาจะซื้อจะขาย/สัญญามัดจำ, สำเนาโฉนดที่ดิน, หลักฐานผู้กู้ร่วม (ถ้ามี) |
เอกสารแต่ละประเภทอาจต่างกัน จึงควรสอบถามผู้ให้สินเชื่ออีกครั้ง และมีแบบฟอร์มบางอย่างที่ ธปท. ระบุว่า เรามีสิทธิเลือกที่จะลงนามหรือไม่ก็ได้ เช่น แบบคำขออนุญาตให้เจ้าหน้าที่ติดต่อแนะนำสินค้าอื่นหรือให้ข้อมูลแก่ผู้อื่น ส่วนแบบคำยินยอมให้เปิดเผยข้อมูลเพื่อตรวจสอบประวัติเครดิตจากเครดิตบูโรเป็นคนละเรื่อง และควรอ่านให้เข้าใจก่อนลงนาม
สิทธิที่ควรรู้เมื่อถูกปฏิเสธหรือถูกทวงหนี้
- ถูกปฏิเสธสินเชื่อ ต้องได้เหตุผลเป็นลายลักษณ์อักษร ธปท. ระบุว่าถ้าสถาบันการเงินไม่อนุมัติสินเชื่อหรือบัตรเครดิตเพราะข้อมูลเครดิต ต้องออก หนังสือปฏิเสธสินเชื่อ ให้ จะอ้างเป็นคำพูดลอย ๆ หรือใช้ SMS แจ้งไม่ได้ และผู้ขอสินเชื่อสามารถขอทราบเหตุผลของการไม่อนุมัติเป็นลายลักษณ์อักษรได้ — เรื่องเครดิตบูโรเชิงลึกดูที่ คู่มือเครดิตบูโรในไทย
- เวลาทวงหนี้: สำหรับลูกหนี้ของสถาบันการเงินภายใต้การกำกับของ ธปท. จะติดตามทวงถามหนี้ได้เฉพาะวันจันทร์–ศุกร์ เวลา 08.00–20.00 น. และวันหยุดราชการ เวลา 08.00–18.00 น.
- ถ้าถูกทวงหนี้ไม่เป็นธรรม ร้องเรียนได้หลายช่องทาง เช่น กรมการปกครอง โทร. 0 2356 9660, สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง โทร. 1359, ที่ทำการปกครองจังหวัด, กองบัญชาการตำรวจนครบาล โทร. 0 2354 5249, สถานีตำรวจ หรือที่ว่าการอำเภอ
- ปรึกษาปัญหาทางการเงินได้ที่ ศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน (ศคง.) ธนาคารแห่งประเทศไทย โทร. 1213
ถ้ายังไม่ควรกู้: ทางเลือกที่ไม่ใช่การกู้เพิ่ม
กรอบที่หน่วยงานกำกับใช้จริงคือ “กู้เท่าที่จำเป็น และชำระคืนไหว” และ “ก่อหนี้เท่าที่จำเป็นและจ่ายไหว” — สองประโยคนี้ไม่ใช่คำขวัญ แต่เป็นเกณฑ์ที่เอามาใช้ตัดสินใจได้ตรง ๆ
หลักคิดเรื่องสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง เอกสารของ ธปท. แยกไว้ชัด
- หนี้ที่ต้องละเว้น คือหนี้ที่เกิดจากการนำเงินไปใช้กับสิ่งที่มีความเสี่ยงสูงจะไม่ได้รับเงินคืน หรืออาจเป็นสิ่งผิดกฎหมาย เช่น หนี้จากการพนัน/เสี่ยงโชค และหนี้ที่กู้ไปลงทุนผิดกฎหมาย เช่น แชร์ลูกโซ่
- หนี้ที่พึงระวัง คือหนี้ที่มีมากเกินกำลังจ่าย เช่น กู้ซื้อบ้านหรือรถที่แพงเกินไป ผ่อนไม่ไหวจนต้องขายหรือถูกยึด
- ทางเลือกในระบบที่มักเงื่อนไขยืดหยุ่นกว่า เพราะตรงวัตถุประสงค์มากกว่าสินเชื่ออเนกประสงค์ เช่น สินเชื่อเพื่อการศึกษา สินเชื่อเพื่อการรักษาพยาบาล สินเชื่อไปทำงานต่างประเทศ (บางส่วนมีอัตราดอกเบี้ยที่ได้รับการสนับสนุนจากกรมการจัดหางาน)
- ถ้ามีหนี้หลายก้อนอยู่แล้ว ลำดับคือสำรวจหนี้ให้ครบก่อน แล้วค่อยจัดลำดับปิด ดูวิธีทำเป็นขั้นตอนได้ที่ แผนปลดหนี้และการเจรจาเจ้าหนี้ และ รวมหนี้บัตรเครดิตหลายใบ
และที่สำคัญที่สุด: “ยังไม่กู้” เป็นคำตอบที่ถูกต้องได้ สามกรณีที่ควรถือว่าจบโดยไม่ต้องเซ็น คือ (1) ผู้ให้บริการเรียกให้โอนเงินก่อนได้เงินกู้ (2) ชื่อผู้ให้บริการไม่ปรากฏใน BOT License Check หรือประเภทธุรกิจไม่ตรงกับที่เสนอ (3) อัตราที่เสนอเมื่อคิดแบบลดต้นลดดอกแล้วเกินเพดานตามตารางข้างต้น
คำถามที่พบบ่อย
เพดาน 25% ต่อปี หมายความว่าดอกเบี้ย 25% ใช่หรือไม่
ไม่ใช่ทั้งหมด เพดานนี้เป็น อัตรารวม ของดอกเบี้ย + ค่าปรับ + ค่าบริการ + ค่าธรรมเนียม เมื่อคำนวณแบบลดต้นลดดอก ถ้าผู้ให้บริการคิดดอกเบี้ยต่ำแต่บวกค่าบริการสูง ยอดรวมก็ยังต้องไม่เกินเพดาน
สินเชื่อ 0% แต่มีค่าธรรมเนียม ถือว่าผิดไหม
ไม่ผิดโดยตัวมันเอง แต่ค่าธรรมเนียมต้องถูกนับรวมในเพดานอัตรารวม และต้องเป็นรายการที่เปิดเผยชัดเจนเป็นจำนวน/อัตราและหน่วย สิ่งที่ต้องระวังคือค่าธรรมเนียมที่ประกาศห้ามเรียกเก็บ เช่น ค่าจัดทำสัญญาเช่าซื้อ ซึ่งเกิดจากการดำเนินการภายในปกติของผู้ประกอบเอง
เช็กชื่อบริษัทใน BOT License Check แล้วเจอ แปลว่าปลอดภัยแน่ไหม
แปลว่าบริษัทมีสถานะตามที่ระบบแสดง ณ เวลานั้น แต่ยังต้องดูว่า ประเภทธุรกิจที่ได้รับอนุญาตตรงกับผลิตภัณฑ์ที่เขากำลังเสนอให้คุณหรือไม่ และต้องไม่โอนเงินให้บุคคลใดก่อนได้รับเงินกู้อยู่ดี
ผู้ให้บริการเช่าซื้อรถยนต์ต้องมีใบอนุญาตไหม
คนละแบบกับ P-Loan ผู้ประกอบธุรกิจเช่าซื้อ/ลีสซิ่งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ทุกรายอยู่ภายใต้ พ.ร.ฎ.ที่กำหนดและอยู่ในการกำกับของ ธปท. แต่มีหน้าที่ รายงานข้อมูลเพื่อแสดงตัวต่อ ธปท. ไม่ต้องยื่นขอใบอนุญาต ดังนั้นการไม่พบ “ใบอนุญาต” จึงยังไม่ใช่หลักฐานว่าเป็นผู้ประกอบที่ผิดกฎหมาย
ดอกเบี้ยผิดนัดคิดได้เท่าไร
สินเชื่อรายย่อยตามประกาศ ธปท. คิดเพิ่มจากอัตราตามสัญญาได้ไม่เกิน 3% ต่อปี และคิดจากเงินต้นของงวดที่ผิดนัดจริง ส่วนเช่าซื้อรถยนต์ของลูกค้าบุคคลไม่เกิน 5% ต่อปี และคิดบนฐานค่างวด
ปิดบัญชีก่อนกำหนดต้องเสียค่าปรับไหม
ขึ้นกับประเภท สินเชื่อส่วนบุคคล/นาโน/จำนำทะเบียนรถ/สินเชื่อส่วนบุคคลดิจิทัล/สินเชื่ออุปโภคบริโภค ห้ามเก็บค่าปรับปิดก่อนกำหนด (ยกเว้นสินเชื่อที่อยู่อาศัยซึ่งยังเก็บได้ในช่วง 3 ปีแรก) ส่วนเช่าซื้อรถยนต์ได้ส่วนลดดอกเบี้ยที่ยังไม่ถึงกำหนด 60%/70%/100% ตามสัดส่วนที่ผ่อนมาแล้ว
กู้เงินนอกระบบที่คิดดอกเบี้ยเกิน 15% ต่อปี ทำอะไรได้บ้าง
ตามกฎหมายผู้ที่ไม่อยู่ในการกำกับคิดดอกเบี้ยเกิน 15% ต่อปีไม่ได้ และมีช่องทางร้องเรียนที่ศูนย์รับแจ้งการเงินนอกระบบ สายด่วน 1359 ขณะที่ปัญหาหนี้ในระบบปรึกษาได้ที่ ศคง. 1213 — สิ่งที่ต้องทำก่อนอื่นคือหยุดก่อหนี้เพิ่มและเก็บหลักฐานการติดต่อไว้ทั้งหมด
ข้อจำกัดและข้อควรระวังของบทความนี้
- เพดานในตารางอ้างตามประกาศฉบับที่ระบุ และตรวจครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2569 ยังไม่พบข้อความว่าเพดานใดถูกยกเลิก แต่ประกาศอาจมีฉบับปรับปรุงใหม่ได้ ควรตรวจแหล่งต้นทางซ้ำก่อนใช้ตัดสินใจ โดยเฉพาะเรื่องที่กำลังมีข้อพิพาทกับผู้ให้บริการ
- การเทียบ flat เป็น effective ×1.8 เป็นวิธีประมาณของ ธปท. ไม่ใช่สูตรที่ใช้ปิดสัญญา
- บทความนี้ไม่ได้ตรวจรายชื่อผู้ให้บริการทั้งหมดแทนผู้อ่าน ทั้งรายชื่อแอปเงินกู้และรายการในระบบค้นหามีการปรับปรุงตลอด และระบบบางส่วนโหลดด้วย JavaScript ซึ่งอ่านเป็นชุดในรอบที่ตรวจไม่ได้ สิ่งที่บทนี้ให้ได้คือวิธีตรวจและสิ่งที่ต้องทำเมื่อไม่พบข้อมูล
- ไม่ระบุวงเงินของนาโนไฟแนนซ์ เพราะไม่พบตัวเลขที่มีแหล่งอ้างอิงชัดเจนในรอบที่ตรวจ จึงไม่เขียนตัวเลขที่ยืนยันไม่ได้
- ตัวเลขทุกตัวเป็นเพดานตามกฎหมาย ไม่ใช่ข้อเสนอ ผู้ให้บริการอาจคิดต่ำกว่าเพดานตามความเสี่ยงของลูกค้าแต่ละราย และการอนุมัติขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการแต่ละแห่ง บทความนี้ไม่ยืนยันผลอนุมัติ อัตรา หรือวงเงินใด
- บทความนี้ไม่มีลิงก์ affiliate ไม่รีวิว จัดอันดับ หรือแนะนำผู้ให้บริการรายใด และไม่ใช่คำแนะนำเฉพาะบุคคล
แหล่งอ้างอิง
ตัวเลขและถ้อยคำในบทความนี้ตรวจจากแหล่งทางการเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2569 (เอกสาร PDF บางฉบับถอดความจาก text layer และปรับการแสดงผลสระ/วรรณยุกต์ให้อ่านได้ โดยตัวเลขและถ้อยคำตรงตามต้นฉบับ)
- ธปท.: เอกสารอัตราดอกเบี้ย P-Loan / Nano Finance / บัตรเครดิต / เช่าซื้อ–ลีสซิ่ง (เพดาน 25%·24%·33%·16%·10%·15%·23% ต่อปี และ ป.พ.พ. มาตรา 654)
- ธปท.: ประกาศที่ 55/2568 เรื่องหลักเกณฑ์การให้เช่าซื้อและการให้เช่าแบบลีสซิ่งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ (2 ธ.ค. 2568) พร้อมคำถาม–คำตอบแนบท้าย
- ธปท.: หนังสือนำส่งประกาศ (ธปท.ว. 771/2568)
- ธปท.: หนังสือนำส่งประกาศ สนส. 13/2563 (นาโนไฟแนนซ์ 33% ต่อปี)
- ธปท.: สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ (P-Loan) — 3 รูปแบบ วงเงินเทียบรายได้ และเพดาน 25%
- ธปท.: เช็กแอปเงินกู้ (คำเตือนมิจฉาชีพ · เงินกู้นอกระบบ · เพดาน 15% ต่อปี · ช่องทางแจ้งเหตุ)
- BOT License Check (ระบบตรวจการได้รับอนุญาต/ขึ้นทะเบียน/แสดงตัวตน)
- ธปท.: การคุ้มครองสิทธิที่ลูกหนี้ควรรู้ (ดอกเบี้ยผิดนัด +3% · ห้าม prepayment fee · ห้ามดอกเบี้ยบนดอกเบี้ย · เกณฑ์โฆษณา)
- ธปท.: ธุรกิจเช่าซื้อลีสซิ่ง (วันมีผลบังคับใช้ 3 ธ.ค. 68 และ 1 มิ.ย. 69 · การรายงานตัว)
- ธปท.: สินเชื่ออเนกประสงค์แบบมีหลักประกัน (จำนำทะเบียนรถ · ผู้ให้บริการที่ไม่อยู่ในการกำกับ)
- ธปท.: บัตรเครดิต (เพดานรวม 16% · ค่าธรรมเนียมเบิกถอนเงินสดไม่เกิน 3% · ชำระขั้นต่ำ 10%)
- ธปท.: ก่อนกู้…ต้องเตรียมอะไรบ้าง (เอกสาร 3 กลุ่ม · 5 Cs · สิทธิการทวงหนี้ · ช่องทางร้องเรียน)
- ธปท.: 3 วิธี…เมื่อติดกับดักหนี้นอกระบบ (ตัวอย่างคำนวณ 140% ต่อปี)
- ธปท.: ดอกเบี้ยเงินกู้แบบลดต้นลดดอก (การแปลง flat เป็น effective ×1.8 · ตัวอย่างเทียบผู้ให้เช่าซื้อ A กับ B)
- ธปท.: ดอกเบี้ยผิดนัดชำระหนี้และการตัดชำระหนี้ คิดอย่างไรให้เป็นธรรม (อัตราตามสัญญา + ไม่เกิน 3% · คิดบนเงินต้นที่ผิดนัดจริง · ตัวอย่าง 8% → 11%)
- ธปท.: สิทธิต่าง ๆ ที่ผู้ใช้บริการทางการเงินควรรู้ (หนังสือปฏิเสธสินเชื่อ · เวลาทวงหนี้ · ศคง. 1213)
- ธปท.: รายชื่อผู้ให้บริการสินเชื่อส่วนบุคคลดิจิทัล (ข้อมูลปรับปรุงล่าสุด 1 ส.ค. 2569)
- ธปท.: รายชื่อที่อยู่สถาบันการเงินและ Non-Bank ที่ ธปท. กำกับดูแล
- สศค./กรม 1359: สินเชื่อรายย่อยระดับจังหวัดภายใต้การกำกับ (สินเชื่อพิโกไฟแนนซ์) — เพดาน 36% ต่อปี
บทความนี้ไม่มีลิงก์ affiliate และไม่มีเจตนาชี้ชวนให้สมัครหรือกู้สินเชื่อใด หากพบข้อผิดพลาดด้านตัวเลขหรือที่มา แจ้งได้ที่หน้า บทความทั้งหมดของ RUAY OK