คู่มือช่วยตัดสินใจ

โอนหนี้รถ/รถแลกเงิน คุ้มไหม? เช็กวงเงิน ค่างวด และดอกเบี้ยจริงก่อนเซ็น

8 กันยายน 2026

สรุป: การโอนหนี้รถหรือรถแลกเงินอาจช่วยให้ค่างวดต่อเดือนลดลงได้ แต่ไม่ได้แปลว่าต้นทุนรวมลดลงเสมอไป เพราะการยืดจำนวนงวดทำให้ดอกเบี้ยรวมเพิ่มได้ ก่อนเซ็นให้เทียบ “ยอดผ่อนรวมทั้งสัญญา + ค่าใช้จ่ายทั้งหมด” ไม่ใช่ดูแค่วงเงินสูงสุดหรือค่างวดต่ำสุด และต้องแยกให้ชัดว่าเป็นสินเชื่อจำนำทะเบียนรถหรือเช่าซื้อรถ

โอนหนี้รถ คุ้มไหม: ตัดสินจาก 4 ตัวเลขนี้ก่อน

คำว่า “โอนหนี้รถ” ในโฆษณาอาจหมายถึงการกู้ใหม่เพื่อปิดหนี้รถเดิม แล้วผ่อนกับเจ้าหนี้รายใหม่ หรือใช้ทะเบียนรถเป็นหลักประกันเพื่อรับเงินก้อน จึงไม่ควรตัดสินจากชื่อผลิตภัณฑ์เพียงอย่างเดียว

ตัวเลขที่ต้องขอเป็นลายลักษณ์อักษรใช้ตอบคำถามอะไร
ยอดปิดบัญชีหนี้เดิม ณ วันทำรายการรู้ว่าเงินกู้ใหม่ต้องปิดอะไร และเหลือเงินสดจริงเท่าไร
ยอดผ่อนรวมตลอดสัญญาใหม่เปรียบเทียบต้นทุนจริงกับการอยู่สัญญาเดิม
ค่างวดและจำนวนงวดเช็กว่าจ่ายไหวทุกเดือนหรือแค่ค่างวดดูเบาลงเพราะยืดหนี้
ค่าใช้จ่ายทุกประเภทรวมค่าประเมิน ค่าอากร ค่าโอน/จดทะเบียน หรือค่าบริการที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ

ถือว่า “คุ้ม” ก็ต่อเมื่อหลังรวมยอดปิดบัญชี ค่าใช้จ่าย และยอดผ่อนของสัญญาใหม่แล้ว คุณได้ประโยชน์ที่ตรวจสอบได้ เช่น ยอดผ่อนรวมลดลงจริง หรือค่างวดลดลงจนจ่ายไหวโดยยังยอมรับต้นทุนเพิ่มได้ ไม่ใช่เพียงเพราะได้รับวงเงินมากขึ้น

สินเชื่อที่ใช้รถเป็นหลักประกันต่างกันอย่างไร

จำนำทะเบียนแบบโอนเล่ม

ตามข้อมูล ธปท. ผู้กู้โอนกรรมสิทธิ์ทางทะเบียนให้ผู้ให้สินเชื่อเพื่อเป็นหลักประกัน โดยช่วงที่พบทั่วไปคือวงเงินประมาณ 80–120% ของราคาประเมิน และผ่อนประมาณ 72–84 งวด ทั้งวงเงินและระยะเวลามักมากกว่าแบบไม่โอนเล่ม แต่สิทธิในทะเบียนอยู่กับผู้ให้สินเชื่อตามเงื่อนไขสัญญา จึงต้องอ่านเงื่อนไขการคืนเล่มและกรณีผิดนัดให้ชัดเจน

จำนำทะเบียนแบบไม่โอนเล่มหรือโอนลอย

ผู้กู้ไม่โอนกรรมสิทธิ์ทางทะเบียนทันที แต่ลงนามเอกสารโอนล่วงหน้าและมีผู้ค้ำประกัน ธปท. ระบุว่าช่วงวงเงินประมาณ 70–80% ของราคาประเมิน และระยะผ่อนประมาณ 60 งวด จึงควรถามให้ชัดว่าเอกสารโอนลอยเก็บไว้ที่ใด ใช้ได้เมื่อใด และจะคืนเอกสารอย่างไรเมื่อปิดบัญชี

รถที่ยังผ่อนอยู่และการรีไฟแนนซ์

หากรถยังมีหนี้เดิม เงินกู้ใหม่ต้องเพียงพอสำหรับปิดยอดคงเหลือก่อน จึงควรขอ “ยอดปิดบัญชี ณ วันทำรายการ” จากเจ้าหนี้เดิม แล้วเทียบกับราคาประเมินรถและวงเงินที่เสนอ อย่าถือว่าวงเงินโฆษณาเป็นเงินที่ได้รับแน่นอน เพราะผู้ให้สินเชื่อพิจารณามูลค่าตลาดของหลักประกัน ความสามารถผ่อน และระยะเวลาผ่อนร่วมกัน

วงเงินไม่ได้เท่ากับเงินสดที่ควรรับ

สำหรับสินเชื่อมีหลักประกัน ธปท. อธิบายว่าผู้ให้สินเชื่อพิจารณามูลค่าตลาดของหลักประกันร่วมกับความสามารถชำระหนี้และระยะเวลาผ่อนชำระ แม้รถบางแบบอาจมีช่วงวงเงินตามราคาประเมิน แต่ผลอนุมัติจริงอาจต่างกันได้

  • อย่ากู้เพิ่มเพียงเพราะวงเงินเหลือ หากเงินก้อนนั้นไม่มีแผนใช้และทำให้ภาระรายเดือนสูงขึ้น
  • ถ้ารถอายุมาก ให้ถามเกณฑ์อายุรถก่อนยื่นเอกสาร ธปท. ระบุว่ารถที่รับเป็นหลักประกันโดยรวมมักมีอายุสูงสุด 15–17 ปี และเมื่อรวมเวลาผ่อนแล้วอายุรถไม่เกิน 20 ปี
  • กรณีรีไฟแนนซ์ ให้แยกเงินส่วนที่ปิดหนี้เดิมออกจากเงินสดคงเหลือ อย่านำยอดวงเงินเต็มไปเปรียบกับเงินที่ใช้ได้จริง

Flat Rate กับ Effective Rate: อย่าดูตัวเลขโฆษณาอย่างเดียว

สินเชื่อที่มีรถยนต์เป็นหลักประกันมักคิดดอกเบี้ยแบบเงินต้นคงที่ (Flat Rate) เช่นเดียวกับเช่าซื้อรถ ขณะที่อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงต่อปี หรือ Effective Interest Rate คิดบนเงินต้นคงเหลือในแต่ละงวด จึงใช้เทียบต้นทุนระหว่างข้อเสนอได้ดีกว่า

ตัวอย่างของ ธปท. แสดงให้เห็นว่าอัตรา flat 3% ต่อปีในเช่าซื้ออาจเทียบเป็น EIR 5.4% ต่อปีได้ ดังนั้นอย่าเทียบ flat ของข้อเสนอหนึ่งกับ effective ของอีกข้อเสนอหนึ่งโดยตรง สำหรับเช่าซื้อ สคบ. กำหนดให้ระบุอัตราแบบลดต้นลดดอกในสัญญา

สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับที่มีทะเบียนรถเป็นหลักประกัน มีเพดานรวมดอกเบี้ย ค่าปรับ ค่าบริการ และค่าธรรมเนียมไม่เกิน 24% ต่อปีแบบ effective สำหรับผู้ให้บริการที่อยู่ในกรอบนี้ ขณะที่เช่าซื้อรถยนต์บุคคลธรรมดาเพื่อใช้ส่วนตัวมีเพดาน effective ต่างกันตามประเภทรถ: รถใหม่ 10% รถใช้แล้ว 15% และรถจักรยานยนต์ 23% ต่อปี จึงต้องระบุประเภทสัญญาให้ถูกก่อนนำเพดานมาใช้เปรียบเทียบ

ตัวอย่างคำนวณ: ค่างวดลดลง แต่ดอกเบี้ยรวมเพิ่มได้

ตัวอย่างนี้เป็นตัวเลขสมมติ ไม่ใช่อัตราหรือข้อเสนอของผู้ให้บริการรายใด สมมติเงินกู้ 200,000 บาท อัตรา flat 6% ต่อปี

ระยะผ่อนดอกเบี้ยรวมตามสูตร flatยอดผ่อนรวมค่างวดโดยประมาณ
60 งวด (5 ปี)60,000 บาท260,000 บาท4,333.33 บาท/เดือน
84 งวด (7 ปี)84,000 บาท284,000 บาท3,380.95 บาท/เดือน

สูตรที่ใช้: ดอกเบี้ยรวม = เงินต้น × อัตรา flat ต่อปี × จำนวนปี; ยอดผ่อนรวม = เงินต้น + ดอกเบี้ยรวม; ค่างวด = ยอดผ่อนรวม ÷ จำนวนงวด ในตัวอย่าง การยืดจาก 60 เป็น 84 งวดทำให้ค่างวดลดลงประมาณ 952.38 บาทต่อเดือน แต่จ่ายดอกเบี้ยรวมเพิ่ม 24,000 บาท

หากต้องการแปลง flat เป็น EIR แบบคร่าว ๆ อาจใช้สูตรประมาณ (2 × อัตรา flat ต่อปี × จำนวนงวด) ÷ (จำนวนงวด + 1) สำหรับ flat 6% และ 60 งวด จะได้ประมาณ 11.8% ต่อปี แต่เป็นเพียงค่าประมาณเท่านั้น ให้ยึดอัตรา effective ที่ระบุในสัญญาเมื่อใช้ตัดสินใจ

ค่าใช้จ่ายที่ต้องรวมก่อนเปรียบเทียบ

นอกจากดอกเบี้ย ควรถามว่ามีค่าประเมินราคา ค่าธรรมเนียมเบิกถอน ค่าอากรแสตมป์ ค่าโอนกรรมสิทธิ์ หรือค่าจดทะเบียนหรือไม่ และเรียกเก็บเมื่อใด ธปท. ระบุว่าค่าใช้จ่ายต่างกันได้ตามประเภทสินเชื่อและข้อกำหนดของแต่ละสถาบัน จึงไม่มีตัวเลขกลางที่ใช้แทนทุกเจ้าได้

หากเป็นเช่าซื้อรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ของบุคคลธรรมดา การเปลี่ยนสัญญาตามคำขอผู้เช่าซื้อเรียกได้เฉพาะค่าใช้จ่ายจริงและไม่เกิน 2,500 บาทตามประกาศที่ สคบ. เผยแพร่ แต่ไม่ควรนำเพดานนี้ไปเหมารวมกับสินเชื่อจำนำทะเบียนรถทุกประเภท

เช็กลิสต์ก่อนเซ็นสัญญาโอนหนี้รถหรือรถแลกเงิน

  1. ขอราคาประเมินรถ เกณฑ์ประเมิน และวงเงินอนุมัติจริงเป็นเอกสาร
  2. ถามว่าอัตราที่เห็นเป็น flat หรือ effective และขออัตรา effective ที่ใช้กับสัญญา
  3. ขอยอดผ่อนรวม จำนวนงวด วันครบกำหนด และตารางชำระหนี้
  4. รวบรวมค่าใช้จ่ายทุกชื่อ แล้วบวกเข้ากับยอดผ่อนรวมก่อนเทียบ
  5. หากเป็นรถยังผ่อนอยู่ ให้ขอยอดปิดบัญชีจากเจ้าหนี้เดิม และตรวจว่ามีค่าปิดบัญชีหรือค่าโอนหรือไม่
  6. อ่านเงื่อนไขผิดนัด การทวงถาม การใช้เอกสารโอนลอย การคืนเล่ม และการปิดบัญชีก่อนกำหนด
  7. ถามทางเลือกปรับโครงสร้างหนี้กับเจ้าหนี้เดิมก่อน หากปัญหาคือค่างวดระยะสั้น ไม่ใช่ความจำเป็นต้องรับเงินเพิ่ม

ผิดนัดชำระ: ดอกเบี้ยคิดอย่างไร และเสี่ยงอะไรบ้าง

สำหรับสินเชื่อที่อยู่ใต้หลักเกณฑ์ ธปท. ดอกเบี้ยผิดนัดต้องคิดจากฐานเงินต้นของงวดที่ค้างจริง ไม่ใช่เงินต้นคงเหลือทั้งสัญญา และคิดเพิ่มจากอัตราดอกเบี้ยปกติตามสัญญาได้ไม่เกิน 3% ต่อปี หลักเกณฑ์ดอกเบี้ยผิดนัดเริ่มใช้ 1 เมษายน 2564 และการตัดชำระแบบแนวนอนเริ่มใช้ 1 กรกฎาคม 2564 โดยตัดค่าธรรมเนียม ดอกเบี้ย และเงินต้นของงวดค้างนานที่สุดก่อน

อย่างไรก็ดี เช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์ของบุคคลธรรมดาที่อยู่ใต้ประกาศ สคบ. ใช้กติกาเฉพาะ: เบี้ยปรับผิดนัดไม่เกิน 5% ต่อปีของยอดที่ผิดนัด จึงต้องดูว่าเอกสารของคุณเป็นสัญญาประเภทใด

เมื่อรถเป็นหลักประกัน การผิดนัดอาจทำให้เสี่ยงสูญเสียรถได้ รายละเอียดการยึดรถหรือการใช้เอกสารโอนลอยในสินเชื่อทะเบียนรถไม่เหมือนกันทุกสัญญาและไม่มีรายละเอียดกลางในแหล่งที่ตรวจครั้งนี้ จึงต้องอ่านข้อสัญญารายฉบับก่อนลงชื่อ หากเริ่มจ่ายไม่ไหว ให้ติดต่อเจ้าหนี้เร็วที่สุดเพื่อขอทางเลือกปรับโครงสร้างหนี้ ไม่ควรรอให้ค้างสะสม

ก่อนโอนหนี้ ลองทางเลือกที่ไม่เพิ่มหนี้

  • เจรจากับเจ้าหนี้เดิมเรื่องปรับโครงสร้างหนี้ ลดค่างวด หรือแนวทางชำระที่เหมาะกับรายได้
  • ทบทวนงบรายเดือนและเงินสำรองก่อนกู้เพิ่ม: แนวทางจัดงบรายเดือน และ เงินสำรองฉุกเฉิน อาจช่วยให้เห็นภาระที่รับได้จริง
  • หากภาระหนี้หลายส่วน ให้แยกและจัดลำดับก่อน: แนวทางจัดลำดับหนี้บัตร
  • ถ้าจำเป็นต้องลดภาระระยะยาว การขายรถเองหรือเปลี่ยนเป็นรถ/การเดินทางที่ต้นทุนต่ำกว่าอาจเป็นทางเลือกที่ควรคำนวณควบคู่กัน

เมื่อสงสัยว่าถูกคิดเงินไม่เป็นธรรมหรือเริ่มมีปัญหาชำระ

สอบถามศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน ธปท. โทร. 1213 หรือร้องเรียน สคบ. โทร. 1166 ผ่านเว็บไซต์หรือ OCPB Connect ได้ สำหรับประวัติสินเชื่อและการชำระหนี้ โปรดอ่าน คู่มือเครดิตบูโร เพิ่มเติม

สรุปก่อนตัดสินใจ

อย่าโอนหนี้รถเพราะคำว่า “ผ่อนน้อย” เพียงอย่างเดียว ให้ขอเอกสารแล้วเปรียบเทียบยอดผ่อนรวม ค่าใช้จ่าย ระยะผ่อน และความเสี่ยงต่อรถของคุณ หากตัวเลขใหม่ทำให้ต้นทุนรวมสูงขึ้นและไม่ได้แก้ปัญหาสภาพคล่องอย่างยั่งยืน การเจรจากับเจ้าหนี้เดิมหรือไม่กู้เพิ่มอาจเป็นคำตอบที่ปลอดภัยกว่า

แหล่งข้อมูล

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายหรือคำแนะนำทางการเงินเฉพาะบุคคล เงื่อนไขและค่าใช้จ่ายจริงให้ตรวจจากสัญญาและผู้ให้บริการก่อนลงนาม

ใช้พลังจาก Amity Tech CMS