ซื้อรถคันแรกต้องจ่ายอะไรบ้าง: ต้นทุนจริงนอกจากราคารถ ตั้งแต่เงินดาวน์ถึงค่าบำรุงต่อปี
ถ้าคุณกำลังคิดจะซื้อรถคันแรก ตัวเลขที่โฆษณาให้เห็นมักมีแค่ “ราคารถ” กับ “ค่างวดต่อเดือน” แต่เงินที่ต้องจ่ายจริงมีมากกว่านั้น แบ่งได้เป็นสามก้อน: (1) เงินก้อนจ่ายก่อนออกรถ ได้แก่ เงินดาวน์ ค่าธรรมเนียมจดทะเบียนหรือค่าโอนกรรมสิทธิ์ ภาษีรถประจำปีปีแรก พ.ร.บ. และค่าใช้จ่ายอื่นที่ระบุในสัญญา (2) ค่างวดรายเดือนซึ่งคิดจาก “ยอดจัดเช่าซื้อ” ไม่ใช่ราคารถทั้งคัน และ (3) ค่าใช้จ่ายรายปีตลอดเวลาที่เป็นเจ้าของรถ ได้แก่ ภาษีทุกปี พ.ร.บ. ประกันภัยภาคสมัครใจ ค่าตรวจสภาพ ค่าที่จอด ค่าน้ำมันหรือค่าไฟฟ้า ค่าซ่อมบำรุง ยาง และค่าล้างรถ
ตัวเลขในบทนี้มาจากเอกสารทางการที่เปิดตรวจเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2569 ได้แก่ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) กรมการขนส่งทางบก สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) และพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 ส่วนตารางที่เป็น “ตัวอย่างคำนวณ” คือการคำนวณจากตัวเลขสมมติที่ระบุสมมติฐานไว้ชัดเจน ไม่ใช่ราคาหรือข้อเสนอของบริษัทใด
บทความนี้ไม่มีลิงก์ affiliate ไม่ได้รีวิวหรือจัดอันดับยี่ห้อรถ ผู้ให้เช่าซื้อ หรือบริษัทประกัน และไม่ยืนยันว่าคุณจะได้รับอนุมัติหรือได้อัตราดอกเบี้ยเท่าใด เงื่อนไขจริงขึ้นอยู่กับรุ่นรถ สภาพรถ รายได้ และดุลยพินิจของผู้ให้เช่าซื้อแต่ละราย
สรุปสั้น: ต้นทุนของรถคันแรกมีอะไรบ้าง
| ประเภทค่าใช้จ่าย | จ่ายเมื่อไร | คิดจากอะไร | ที่มาของตัวเลข |
|---|---|---|---|
| เงินดาวน์ | ก่อนออกรถ | ราคารถ − วงเงินเช่าซื้อที่ได้รับอนุมัติ (รถใหม่มักให้วงเงินประมาณ 75–80% ของราคารถ) | ธปท. (เป็นแนวปฏิบัติของผู้ประกอบธุรกิจ ไม่ใช่เพดานตามกฎหมาย) |
| ค่าธรรมเนียมจดทะเบียนรถใหม่ | วันจดทะเบียน | คำขอ 5 + ตรวจสภาพรถ 50 + แผ่นป้ายทะเบียน 100 + ใบคู่มือจดทะเบียน 100 = 255 บาท | กรมการขนส่งทางบก |
| ค่าโอนกรรมสิทธิ์ (รถใช้แล้ว) | ภายใน 15 วันนับแต่วันโอน | คำขอ 5 + โอนทะเบียนรถ 100 = 105 บาท | กรมการขนส่งทางบก |
| ภาษีรถประจำปีปีแรก | วันจดทะเบียน | ความจุกระบอกสูบของเครื่องยนต์ (ดูตารางด้านล่าง) | พระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 |
| พ.ร.บ. | ก่อนจดทะเบียน และต่ออายุทุกปี | เบี้ยตามประกาศนายทะเบียน (คปภ.) ซึ่งเปลี่ยนแปลงได้ | คปภ. — บทนี้ไม่ระบุตัวเลขเบี้ย ต้องตรวจราคาจริง ณ วันซื้อ |
| ประกันภัยภาคสมัครใจ | สมัครใจ / ตามเงื่อนไขในสัญญา | ชั้นประกันและประวัติการเคลม | คปภ. กำกับพิกัดอัตราเบี้ย |
| ค่างวด | รายเดือน | ยอดจัดเช่าซื้อ (ไม่ใช่ราคารถ) และวิธีคิดดอกเบี้ยแบบเงินต้นคงที่ | ธปท. / สคบ. |
| ค่าบำรุงและรายจ่ายประจำ | ตลอดทั้งปี | ขึ้นกับรุ่นรถ ราคารถ และพฤติกรรมการใช้ | ประเมินเอง — ไม่มีราคากลางจากหน่วยงานราชการ |
ต้นทุนก้อนแรกก่อนออกรถ
เงินดาวน์ไม่ใช่ “20% ตามกฎหมาย”
ธปท. อธิบายว่าเงินดาวน์เป็นผลจากวงเงินที่ผู้ประกอบธุรกิจเช่าซื้ออนุมัติ ไม่ใช่ตัวเลขที่กฎหมายกำหนดไว้ตายตัว
“ผู้ประกอบธุรกิจเช่าซื้อมักให้วงเงินเช่าซื้อรถตามประเภทของรถ ดังนี้ รถใหม่: วงเงินส่วนใหญ่จะอยู่ประมาณ 75-80% ของราคารถยนต์ ส่วนที่เหลือผู้ซื้อจะต้องวางเงินดาวน์” — ธปท. หน้า “สินเชื่อเช่าซื้อรถ”
พูดง่าย ๆ คือ เงินดาวน์ = ราคารถ − วงเงินที่อนุมัติจริง ถ้ารถราคา 600,000 บาท และได้วงเงิน 80% ของราคารถ (480,000 บาท) ส่วนที่เหลือคือเงินดาวน์ 120,000 บาท ธปท. ระบุด้วยว่า รถใช้แล้ว วงเงินจะขึ้นอยู่กับสภาพรถ ระยะทาง อายุการใช้งาน และภาวะเศรษฐกิจ และอัตราดอกเบี้ยของรถใช้แล้วสูงกว่ารถใหม่ เพราะผู้ให้เช่าซื้อมีความเสี่ยงมากกว่าเมื่อต้องนำรถไปขายทอดตลาด
ข้อที่ต้องเข้าใจก่อนเซ็น: ในสัญญาเช่าซื้อ กรรมสิทธิ์ในรถยังเป็นของผู้ให้เช่าซื้อจนกว่าจะผ่อนครบตามสัญญา คุณเป็นผู้ครอบครองและมีหน้าที่ดูแลรถ หากค้างค่างวดติดต่อกัน 3 งวด ผู้ให้เช่าซื้อสามารถยึดรถไปขายทอดตลาดได้
ค่าจดทะเบียนรถใหม่ และค่าโอนกรรมสิทธิ์รถใช้แล้ว
ค่าธรรมเนียมราชการล้วน ๆ ตามคู่มือของกรมการขนส่งทางบกมีจำนวนไม่มาก แต่ต้องแยกจาก “แพ็กเกจค่าจดทะเบียน” ที่ศูนย์รถหรือเต็นท์มักคิดรวมมากับค่าดำเนินการ ป้าย กรอบป้าย และของแถม
| รายการ | รถใหม่ | รถใช้แล้ว (โอนกรรมสิทธิ์) |
|---|---|---|
| คำขอ | 5 บาท | 5 บาท |
| ตรวจสภาพรถ (รย.) | 50 บาท | — |
| ค่าแผ่นป้ายทะเบียน | 100 บาท | — |
| ใบคู่มือจดทะเบียนรถ | 100 บาท | 100 บาท |
| ธรรมเนียมอื่น (กรณีทะเบียนบ้านอยู่ต่างจังหวัด) | 20 บาท | — |
| โอนทะเบียนรถ | — | 100 บาท |
| รวมค่าธรรมเนียม | 255 บาท (หรือ 275 บาท ถ้าทะเบียนบ้านต่างจังหวัด) | 105 บาท |
ยังไม่รวมภาษีรถประจำปีปีแรก (ดูหัวข้อถัดไป) และยังไม่รวมค่าใช้จ่ายของสถานตรวจสภาพรถเอกชน (ตรอ.) ในกรณีรถใช้แล้วที่อายุเกินเกณฑ์
การจดทะเบียนรถใหม่ต้องมี กรมธรรม์ พ.ร.บ. ที่ยังไม่สิ้นอายุ เป็นเอกสารประกอบ และสำหรับรถใช้แล้ว ผู้โอนและผู้รับโอนต้องแจ้งต่อนายทะเบียนภายใน 15 วันนับแต่วันโอน
ภาษีรถประจำปีปีแรก
สำหรับรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน อัตราภาษีประจำปีคิดตามความจุกระบอกสูบรวมของเครื่องยนต์: 600 ลูกบาศก์เซนติเมตรแรก ซีซีละ 0.50 บาท, ส่วนที่เกิน 600 แต่ไม่เกิน 1,800 ซีซี ซีซีละ 1.50 บาท และส่วนที่เกิน 1,800 ซีซี ซีซีละ 4.00 บาท
รถที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของและไม่ได้ให้บุคคลธรรมดาเช่าซื้อในธุรกิจของนิติบุคคลนั้น เสียภาษีในอัตราสองเท่า
| ความจุกระบอกสูบ | วิธีคิดโดยย่อ | ภาษีปีที่ 1 |
|---|---|---|
| 1,000 ซีซี | 600×0.50 + 400×1.50 | 900 บาท |
| 1,200 ซีซี | 600×0.50 + 600×1.50 | 1,200 บาท |
| 1,500 ซีซี | 600×0.50 + 900×1.50 | 1,650 บาท |
| 1,800 ซีซี | 600×0.50 + 1,200×1.50 | 2,100 บาท |
| 2,000 ซีซี | 600×0.50 + 1,200×1.50 + 200×4.00 | 2,900 บาท |
| 2,500 ซีซี | 600×0.50 + 1,200×1.50 + 700×4.00 | 4,900 บาท |
ตารางนี้เป็นการคำนวณจากบัญชีอัตราภาษีท้ายพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 ไม่ใช่ตัวเลขที่กรมการขนส่งทางบกประกาศเป็นรายรุ่น และรถแต่ละคันต้องบวกส่วนลดตามอายุรถในปีถัด ๆ ไป (ดูหัวข้อ “ภาษีรถประจำปีกับส่วนลดตามอายุรถ”)
พ.ร.บ. ต้องมีก่อนจดทะเบียน
พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 กำหนดให้เจ้าของรถหรือผู้ครอบครองรถทุกคันมีหน้าที่จัดให้มีการประกันภัย (มาตรา 7) และให้บริษัทเป็นผู้รับประกันภัย (มาตรา 10) เมื่อเกิดความเสียหาย บริษัทต้องชดใช้ค่าเสียหายเบื้องต้นโดยเร็วภายใน 7 วัน (มาตรา 20) โดยไม่ต้องรอพิสูจน์ความรับผิด
จุดที่คนสับสนบ่อยคือ พ.ร.บ. เป็นประกันเพื่อ ผู้ประสบภัย (ประกันภัยค้ำจุน) ไม่ใช่ประกันรถของเราเอง และการรับค่าเสียหายเบื้องต้นไม่ตัดสิทธิผู้ประสบภัยที่จะเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนเพิ่มเติมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (มาตรา 22)
เรื่องเบี้ย พ.ร.บ.: บทนี้ไม่ระบุตัวเลขเบี้ยรายปี เพราะอัตรากำหนดโดยประกาศนายทะเบียน (คปภ.) และเปลี่ยนแปลงได้ ให้ตรวจราคาจริงกับบริษัทประกันหรือเครื่องคำนวณเบื้องต้นของ คปภ. ในวันที่ซื้อ (ดูแหล่งอ้างอิงท้ายบท)
ค่าใช้จ่ายอื่นที่อาจอยู่ในสัญญา
หลักเกณฑ์ของ ธปท. กำหนดรายการค่าบริการที่ผู้ประกอบธุรกิจเรียกเก็บได้ เช่น ค่าตรวจสอบข้อมูลเครดิต ค่าสำรวจและประเมินราคารถ ค่าเบี้ยประกันภัย ค่าใช้จ่ายที่จ่ายให้หน่วยงานราชการ (เช่น กรมการขนส่งทางบก กรมสรรพากร) ค่าชุดโอนกรรมสิทธิ์ครั้งที่ 2 เป็นต้นไปตามที่ลูกค้าร้องขอ ค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนสัญญาตามที่ลูกค้าร้องขอ และค่าติดตามทวงถามหนี้
ส่วน ค่าอากรแสตมป์ ธปท. ระบุไว้เพียงว่าเป็นค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นในสินเชื่อที่มีรถเป็นหลักประกัน แต่ไม่มีอัตราทางการที่ยืนยันได้ในรอบการตรวจนี้ จึงควรถามผู้ให้เช่าซื้อตรง ๆ ว่าจะคิดเท่าไร (อย่าใช้ตัวเลขจากบทความทั่วไปที่ไม่มีแหล่งอ้างอิง)
ค่างวดคิดจากยอดจัด ไม่ใช่ราคารถ — และทำไม flat rate ดูถูก
ดอกเบี้ยแบบเงินต้นคงที่ (Flat Rate) กับอัตราที่แท้จริง (EIR)
ธปท. อธิบายว่าการคิดดอกเบี้ยเช่าซื้อรถส่วนใหญ่คิดแบบเงินต้นคงที่ (Flat Rate) คือคำนวณจากเงินต้นทั้งจำนวนและระยะเวลาผ่อนทั้งหมด แล้วหารเฉลี่ยให้จ่ายเท่ากันทุกงวด ทำให้ตัวเลขที่เห็นดูต่ำกว่าอัตราที่แท้จริงเสมอ สคบ. จึงกำหนดให้สัญญาระบุอัตราดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก (Effective Rate) ไว้ด้วย เพื่อให้เทียบกันได้
ตัวอย่างที่ ธปท. ให้ไว้ในหลักเกณฑ์เช่าซื้อ-ลีสซิ่ง: อัตราดอกเบี้ยแบบคงที่ 3–6% ต่อปี เทียบเท่าอัตราแบบลดต้นลดดอก (EIR) ประมาณ 5.4–10.8% ต่อปี
ตารางเทียบ Flat → EIR ด้านล่างเป็นการคำนวณของ RUAY OK จากเงินต้น 100,000 บาท ผ่อน 48 งวดเท่ากันทุกงวด แล้วหาอัตราลดต้นลดดอกที่ให้ค่างวดเท่ากัน — ใช้ดู “ขนาดของความต่าง” ไม่ใช่ราคาของผู้ให้บริการรายใด
| อัตราดอกเบี้ยแบบคงที่ (ต่อปี) | เทียบเท่าอัตราที่แท้จริง (ต่อปี) |
|---|---|
| 2% | ประมาณ 3.8% |
| 3% | ประมาณ 5.7% |
| 4% | ประมาณ 7.5% |
| 5% | ประมาณ 9.2% |
| 6% | ประมาณ 11.0% |
| 7% | ประมาณ 12.7% |
| 8% | ประมาณ 14.3% |
| 9% | ประมาณ 16.0% |
| 10% | ประมาณ 17.6% |
หากผู้ให้เช่าซื้อรายหนึ่งเสนอ flat rate และอีกรายเสนอ EIR ให้แปลงให้เป็นหน่วยเดียวกันก่อนเปรียบเทียบ อย่าเทียบตัวเลข flat กับตัวเลข EIR ตรง ๆ เพราะจะเข้าใจผิดว่าถูกกว่าทั้งที่แพงกว่า
เพดานดอกเบี้ยตามกฎหมายและวันที่มีผลบังคับ
สคบ. กำหนดเพดานอัตราดอกเบี้ยเช่าซื้อแบบอัตราที่แท้จริง (EIR) ไว้ที่รถยนต์ใหม่ไม่เกิน 10% ต่อปี รถยนต์ใช้แล้วไม่เกิน 15% ต่อปี และรถจักรยานยนต์ไม่เกิน 23% ต่อปี โดยประกาศฉบับ พ.ศ. 2565 ใช้กับสัญญาเช่าซื้อที่ทำตั้งแต่วันที่ 10 มกราคม 2566 เป็นต้นไป (สัญญาเดิมยังใช้เงื่อนไขเดิมจนสิ้นสุดสัญญา)
ต่อมา ธปท. ออกหลักเกณฑ์การประกอบธุรกิจเช่าซื้อและลีสซิ่งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ใช้เพดานอัตราเดียวกัน และกำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจเปิดเผยข้อมูลขั้นต่ำ ได้แก่ อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงต่อปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ต่อปี อัตราดอกเบี้ยผิดนัดชำระหนี้ต่อปี อัตราค่าบริการที่เรียกเก็บ และเบี้ยปรับ (ถ้ามี)
| หลักเกณฑ์ | ใช้กับ | วันที่มีผล |
|---|---|---|
| สคบ. ประกาศ พ.ศ. 2565 (เพดาน EIR และเงื่อนไขสัญญา) | สัญญาเช่าซื้อที่ทำตั้งแต่ 10 ม.ค. 2566 | มีผลแล้ว |
| ธปท. หลักเกณฑ์เช่าซื้อ-ลีสซิ่ง — ระยะที่ 1 (เพดานดอกเบี้ย อัตราดอกเบี้ยผิดนัด ส่วนลดดอกเบี้ย) | สัญญาใหม่ | 3 ธ.ค. 2568 |
| ธปท. หลักเกณฑ์เช่าซื้อ-ลีสซิ่ง — ระยะที่ 2 (การเรียกเก็บและเปิดเผยข้อมูลดอกเบี้ย ค่าบริการ เบี้ยปรับ) | ทุกสัญญา | 1 มิ.ย. 2569 |
ผลของจำนวนงวดและเงินดาวน์ (ตัวอย่างตัวเลขสมมติ)
ตัวอย่างนี้ยกจากหน้า “สินเชื่อเช่าซื้อรถ” ของ ธปท.: รถราคา 600,000 บาท ดอกเบี้ย 3% ต่อปี วางเงินดาวน์ 20% เหลือเงินต้นผ่อน 480,000 บาท
| กรณี | เงินต้น | ดอกเบี้ยรวม | รวมจ่ายทั้งสัญญา | ค่างวด/เดือน | EIR โดยประมาณ |
|---|---|---|---|---|---|
| A: ดาวน์ 20% ผ่อน 60 งวด | 480,000 | 72,000 | 552,000 | 9,200 | 5.6% |
| B: ดาวน์ 20% ผ่อน 48 งวด | 480,000 | 57,600 | 537,600 | 11,200 | 5.7% |
| C: ดาวน์ 50% ผ่อน 48 งวด | 300,000 | 36,000 | 336,000 | 7,000 | 5.7% |
- A → B: จ่ายต่องวดเพิ่มขึ้นเดือนละ 2,000 บาท แต่ประหยัดดอกเบี้ย 14,400 บาท และหมดหนี้เร็วขึ้น 1 ปี
- B → C: ดาวน์เพิ่มจาก 20% เป็น 50% ประหยัดดอกเบี้ยอีก 21,600 บาท และค่างวดต่อเดือนต่ำลง 4,200 บาท (11,200 − 7,000)
- ตัวเลขเงินดาวน์ ค่างวด และดอกเบี้ยทั้งหมดในตารางนี้เป็น ตัวอย่างตัวเลขสมมติ ที่คำนวณจากตัวเลขชุดเดียวกับตัวอย่างของ ธปท. ไม่ใช่ข้อเสนอจากผู้ให้เช่าซื้อรายใด
ข้อสังเกตสำคัญคือ การยืดงวดให้ยาวขึ้นทำให้ค่างวดต่อเดือนดูน่าจ่าย แต่ดอกเบี้ยรวมสูงขึ้น ธปท. เตือนตรง ๆ ว่า “อย่าติดกับดักจ่ายน้อย ๆ แต่นาน ๆ” เพราะการเพิ่มเงินผ่อนต่อเดือนอีกเล็กน้อยโดยไม่กระทบค่าใช้จ่ายจำเป็นและการออมเผื่อฉุกเฉิน จะช่วยให้ประหยัดดอกเบี้ยและปลดหนี้ได้เร็วขึ้น
ต้นทุนภาคบังคับรายปีที่เจ้าของรถต้องจ่าย
ภาษีรถประจำปีกับส่วนลดตามอายุรถ
เจ้าของรถมีหน้าที่เสียภาษีประจำปีและต้องเสียล่วงหน้าคราวละหนึ่งปี แม้จะไม่ได้ใช้รถก็ตาม (มาตรา 32 และมาตรา 34) หากไม่ชำระภายในกำหนด ต้องเสียเงินเพิ่มอีกร้อยละหนึ่งต่อเดือนหรือเศษของเดือนของจำนวนภาษีที่ต้องชำระ และหากค้างชำระติดต่อกันครบสามปี การจดทะเบียนรถจะถูกระงับ (มาตรา 35/3) — ชำระภาษีล่วงหน้าได้ไม่เกิน 90 วันก่อนวันครบกำหนด
รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คนที่จดทะเบียนมาแล้วห้าปีนับแต่ปีที่จดทะเบียนครั้งแรก จะได้ส่วนลดภาษีประจำปีในปีต่อ ๆ ไปตามอายุรถ
| อายุรถ | ส่วนลดภาษี |
|---|---|
| ปีที่ 6 | ลด 10% |
| ปีที่ 7 | ลด 20% |
| ปีที่ 8 | ลด 30% |
| ปีที่ 9 | ลด 40% |
| ปีที่ 10 และปีต่อ ๆ ไป | ลด 50% |
นำส่วนลดไปคูณกับภาษีตามความจุกระบอกสูบ ตัวอย่างรถ 1,500 ซีซี ภาษีปีแรก 1,650 บาท จะเหลือ 1,485 บาทในปีที่ 6, 1,320 บาทในปีที่ 7 และ 825 บาทตั้งแต่ปีที่ 10 เป็นต้นไป
รถยนต์ที่มีอายุการใช้งานเกิน 7 ปีนับจากวันจดทะเบียนครั้งแรก (หรือรถที่ค้างชำระภาษีเกิน 1 ปี) ต้องผ่านการตรวจสภาพจากสถานตรวจสภาพรถเอกชน (ตรอ.) ก่อนชำระภาษี — ค่าตรวจสภาพเป็นราคาที่เอกชนกำหนด ไม่มีอัตราที่ราชการประกาศในรอบการตรวจนี้ จึงควรสอบถามราคากับ ตรอ. แต่ละแห่งก่อนไป
พ.ร.บ. คุ้มครองอะไรบ้าง
ตารางกรมธรรม์ประกันภัยคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ (ตามคำสั่งนายทะเบียนฉบับ พ.ศ. 2568) ระบุจำนวนเงินความคุ้มครองผู้ประสบภัยไว้ดังนี้
| ความเสียหาย | วงเงิน |
|---|---|
| ความเสียหายต่อร่างกายหรืออนามัย | 80,000 บาท ต่อคน |
| เสียชีวิต หรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง | 500,000 บาท ต่อคน |
| ทุพพลภาพอย่างถาวร หรือสูญเสียอวัยวะตามเงื่อนไขกรมธรรม์ | 200,000–500,000 บาท ต่อคน |
| ชดเชยรายวันกรณีเข้ารักษาในสถานพยาบาลในฐานะคนไข้ใน | 200 บาทต่อวัน รวมไม่เกิน 20 วัน |
| กรณีผู้ประสบภัยเป็นผู้ขับขี่รถคันที่เอาประกันภัย | ได้รับความคุ้มครองไม่เกินจำนวนค่าเสียหายเบื้องต้น |
นอกจากวงเงินข้างต้น พ.ร.บ. ยังกำหนดให้จ่าย ค่าเสียหายเบื้องต้น โดยไม่รอพิสูจน์ความรับผิด
| กรณี | ค่าเสียหายเบื้องต้น |
|---|---|
| ความเสียหายต่อร่างกาย (ค่ารักษาพยาบาลตามที่จ่ายจริง) | ไม่เกิน 30,000 บาทต่อคน |
| สูญเสียอวัยวะ หรือทุพพลภาพอย่างถาวร | 35,000 บาทต่อคน |
| เสียชีวิต (ค่าปลงศพและค่าใช้จ่ายในการจัดการศพ) | 35,000 บาทต่อคน |
| รวมกัน (ร่างกาย + สูญเสียอวัยวะ หรือ ร่างกาย + ชีวิต) | ไม่เกิน 65,000 บาทต่อคน |
ค่าเสียหายเบื้องต้นนี้เป็นส่วนหนึ่งของจำนวนเงินค่าสินไหมทดแทนตามกฎหมาย ไม่ใช่เงินเพิ่ม และไม่ตัดสิทธิเรียกร้องส่วนที่เหลือ
พ.ร.บ. เป็นคนละอย่างกับ ประกันภัยรถภาคสมัครใจ (ชั้น 1 / 2+ / 2 / 3) ซึ่งเป็นความสมัครใจหรือเป็นเงื่อนไขตามที่ตกลงในสัญญาเช่าซื้อ ถ้าต้องการรายละเอียดว่าชั้นประกันต่างกันอย่างไรและควรเลือกแบบไหน อ่านต่อที่ ประกันรถยนต์ ชั้น 1 / 2+ / 2 / 3 ต่างกันอย่างไร
ค่าใช้จ่ายสมัครใจและรายจ่ายประจำที่มักลืม
ธปท. เตือนในหน้าเดียวกันว่า ไม่ว่าจะซื้อรถด้วยเงินสดหรือเช่าซื้อ การมีรถยังมีภาระค่าใช้จ่ายอื่นที่ต้องคิดก่อนตัดสินใจ เช่น ค่า พ.ร.บ. ค่าต่อทะเบียน ค่าเบี้ยประกัน ค่าที่จอดรถ ค่าซ่อมบำรุง และค่าล้างรถ ซึ่งอาจสูงขึ้นตามราคาของรถที่ซื้อ
| รายการ | ความถี่ | วิธีประเมิน |
|---|---|---|
| ค่าที่จอดรถ | รายเดือน | ราคาที่จอดใกล้บ้าน/ที่ทำงาน × 12 เดือน |
| ค่าน้ำมัน หรือค่าไฟฟ้าชาร์จ | รายเดือน | ระยะทางต่อเดือน ÷ อัตราสิ้นเปลือง × ราคาพลังงาน |
| ค่าซ่อมบำรุงตามระยะ | ทุก 6–12 เดือน | ดูตารางบำรุงรักษาของรุ่นรถ + ค่าแรงศูนย์ |
| ยางและของเหลว | ทุก 2–4 ปี | ราคายางต่อเส้น × 4 + ค่าถ่วง/ตั้งศูนย์ |
| ค่าล้างรถ | รายเดือน | ค่าบริการต่อครั้ง × จำนวนครั้ง |
| ประกันภัยภาคสมัครใจ | รายปี | เบี้ยตามชั้นประกันและประวัติการเคลม (สอบถามบริษัท) |
ค่าใช้จ่ายกลุ่มนี้ไม่มีราคากลางจากหน่วยงานราชการ เพราะขึ้นกับรุ่นรถ ราคารถ และพฤติกรรมการใช้ ทางที่ตรงไปตรงมาที่สุดคือ กรอกตารางนี้ด้วยตัวเลขของคุณเอง แล้วบวกค่าเสื่อมราคาเข้าไปด้วย เพราะรถเป็นทรัพย์สินที่มูลค่าลดลงทุกปี
หลักที่ใช้คุมไม่ให้งบบานปลายคือเกณฑ์ของ ธปท. ที่ระบุว่าการกู้ยืมครั้งใหม่ต้องไม่ทำให้ภาระชำระคืนเงินต้นและดอกเบี้ยทั้งหมดต่อเดือนเกินหนึ่งในสามของรายได้ต่อเดือน และควรใช้เงินออมเป็นหลักโดยกู้ให้น้อยที่สุดหรือวางเงินดาวน์ให้มากที่สุด
วิธีจัดค่างวดให้อยู่ในกรอบงบอ่านเพิ่มได้ที่ วิธีจัดงบ 50/30/20
ตัวอย่างคำนวณ: เงินที่ต้องใช้จริงในปีแรก
ตัวอย่างนี้ใช้ ตัวเลขสมมติ เพื่อให้เห็นว่าก้อนแรกกับก้อนรายเดือนรวมกันเป็นเท่าไร โดยไม่ใช่การประมาณราคารถรุ่นใด
สมมติฐาน: รถใหม่ราคา 600,000 บาท เครื่องยนต์ 1,500 ซีซี ทะเบียนบ้านในกรุงเทพมหานคร วงเงินเช่าซื้อ 80% ของราคารถ (480,000 บาท) ดอกเบี้ยแบบคงที่ 3% ต่อปี ผ่อน 60 งวด งวดละ 9,200 บาท
| รายการ | จำนวนเงิน | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| เงินดาวน์ | 120,000 บาท | ราคารถ − วงเงินเช่าซื้อ |
| ค่าธรรมเนียมจดทะเบียนรถใหม่ | 255 บาท | ตามคู่มือกรมการขนส่งทางบก |
| ภาษีรถประจำปีปีแรก | 1,650 บาท | คำนวณจาก 1,500 ซีซี |
| พ.ร.บ. | ยังไม่รวมในยอดนี้ | ต้องตรวจราคาจริงกับบริษัทประกัน/เครื่องคำนวณ คปภ. ณ วันซื้อ |
| ค่างวด 12 งวดแรก | 110,400 บาท | 9,200 × 12 |
| รวมเฉพาะรายการที่ยืนยันตัวเลขได้ | 232,305 บาท | ยังไม่รวม พ.ร.บ. ประกันภัยภาคสมัครใจ ค่าที่จอด ค่าน้ำมัน ค่าซ่อมบำรุง |
หลังปีแรก ค่าใช้จ่ายต่อปีจะเปลี่ยนจาก “เงินดาวน์ + ค่าธรรมเนียม” เป็น “ภาษีประจำปี + พ.ร.บ. + ประกันภัย + ค่าบำรุง” บวกค่างวดที่ยังเหลืออีก 48 งวด (441,600 บาทตามตัวอย่างนี้) ตัวเลขนี้ยังไม่รวมดอกเบี้ยที่อาจเปลี่ยนไปตามเงื่อนไขที่ตกลงจริง จึงควรใช้ตารางนี้เป็น “โครง” แล้วกรอกตัวเลขจากการเสนอราคาจริงของผู้ให้เช่าซื้อที่คุณกำลังพิจารณา
อ่านกลไกการเทียบต้นทุนรวมของสินเชื่อแต่ละแบบเพิ่มเติมได้ที่ อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง (APR) คืออะไร
ยังไม่ควรซื้อตอนนี้ เมื่อไร และทางเลือกที่ไม่ซื้อ
ธปท. แนะนำไว้ว่าถ้าไม่จำเป็นต้องรีบซื้อรถ ให้เก็บสะสมเงินดาวน์ไปเรื่อย ๆ เพราะยิ่งมีเงินดาวน์มาก ยิ่งจ่ายดอกเบี้ยน้อยลง และหากเป็นค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ ให้ทบทวนก่อนว่าเป็น “จำเป็นต้องมี” หรือเป็นแค่ “อยากได้” การทยอยออมล่วงหน้าดีกว่าการกู้ เพราะประหยัดดอกเบี้ยและไม่มีภาระผูกพันในอนาคต
สัญญาณที่ควรชะลอการซื้อ:
- ภาระชำระคืนเงินต้นและดอกเบี้ยของหนี้ทั้งหมดรวมกันต่อเดือนเกินหนึ่งในสามของรายได้
- ต้องดึงเงินสำรองฉุกเฉินทั้งหมดมาเป็นเงินดาวน์ จนเหลือเงินกันเหตุไม่พอ (ดูก่อนว่า เงินสำรองฉุกเฉินควรมีเท่าไร)
- รายได้ยังไม่นิ่ง หรือคาดว่าจะลดลงใน 1–2 ปีข้างหน้า
- ยังไม่รู้ว่าอัตราดอกเบี้ยที่จะใช้ตลอดสัญญาคือเท่าไร และค่างวดอาจเปลี่ยนเมื่อโปรโมชันสิ้นสุด
- ซื้อเพราะกลัวว่าดอกเบี้ยจะขึ้น ทั้งที่ยังไม่มีความจำเป็นต้องใช้รถจริง
ทางเลือกที่ยังตอบโจทย์ชีวิตได้โดยไม่สร้างภาระระยะยาว เช่น การเก็บเงินดาวน์ต่ออีก 6–12 เดือนให้มากขึ้น เลือกรถที่ราคาต่ำลงหรือรถใช้แล้วที่ตรวจสภาพแล้ว ใช้รถสาธารณะหรือเช่ารถเมื่อจำเป็น หรือซื้อด้วยเงินสดหากมีเงินพร้อม — ทุกทางเลือกมีข้อแลกเปลี่ยนต่างกัน ไม่มีคำตอบเดียวที่เหมาะกับทุกคน
ก่อนเซ็นสัญญาเช่าซื้อ ควรตรวจอะไรบ้าง
- ขอตัวเลขทั้งสองแบบ: อัตราดอกเบี้ยคงที่ต่อปี และอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงต่อปี (EIR) พร้อมอัตราดอกเบี้ยผิดนัด ค่าบริการ และเบี้ยปรับ — เป็นข้อมูลขั้นต่ำที่ผู้ประกอบธุรกิจต้องเปิดเผยตามหลักเกณฑ์ ธปท.
- เบี้ยปรับผิดนัด: ตามประกาศ สคบ. ฉบับ พ.ศ. 2565 คิดได้ไม่เกินร้อยละ 5 ต่อปี จากยอดเงินค่างวดที่ผิดนัดเท่านั้น
- ปิดบัญชีก่อนกำหนด: ผ่อนมาแล้วไม่เกิน 1 ใน 3 ของสัญญา ได้ส่วนลดดอกเบี้ยที่ยังไม่ถึงกำหนดไม่น้อยกว่า 60% ผ่อนเกิน 1 ใน 3 แต่ไม่เกิน 2 ใน 3 ได้ไม่น้อยกว่า 70% และผ่อนเกิน 2 ใน 3 ได้ส่วนลดทั้งหมด
- ก่อนขายทอดตลาด: ผู้ให้เช่าซื้อต้องมีหนังสือแจ้งให้ใช้สิทธิปิดบัญชีไม่น้อยกว่า 30 วัน หากขายได้ราคาเกินมูลหนี้ที่ขาด ต้องคืนส่วนที่เกินให้ผู้เช่าซื้อ และห้ามคิดดอกเบี้ยเช่าซื้อที่ยังไม่ถึงกำหนดหลังจากบอกเลิกสัญญา
- เมื่อผ่อนครบ: ผู้ให้เช่าซื้อต้องโอนกรรมสิทธิ์ให้ภายใน 30 วันนับจากวันที่ได้รับเอกสารที่จำเป็นครบ
- การเปลี่ยนสัญญา: ทำได้เมื่อได้รับความยินยอม และมีค่าใช้จ่ายได้แต่ต้องไม่เกิน 2,500 บาท
- ค่าทวงถามหนี้: ผิดนัดหนึ่งงวดเรียกเก็บได้ไม่เกิน 50 บาท ผิดนัดสองงวดขึ้นไปไม่เกิน 100 บาท และกรณีลงพื้นที่ติดตามทวงถามเพิ่มได้ไม่เกิน 400 บาท ต่อรอบการทวงถาม
- ห้ามบังคับพ่วง: หลักเกณฑ์ ธปท. ระบุว่าต้องไม่บังคับขายผลิตภัณฑ์พ่วงกัน ไม่บังคับให้ทำประกันกับบริษัทใดบริษัทหนึ่งโดยเฉพาะ และไม่บังคับขายประกันชีวิตพร้อมธุรกรรมเช่าซื้อ
ถ้าคิดจะเปลี่ยนรถเป็นหลักประกันหรือรีไฟแนนซ์ในอนาคต ควรอ่านข้อดีข้อเสียให้ครบก่อนที่ เอารถเป็นหลักประกันหรือรีไฟแนนซ์รถคุ้มไหม
คำถามที่พบบ่อย
เงินดาวน์ต้อง 20% ตามกฎหมายหรือไม่
ไม่ใช่ตัวเลขที่กฎหมายกำหนดไว้ตายตัว ธปท. อธิบายว่าเป็นแนวปฏิบัติของผู้ประกอบธุรกิจเช่าซื้อ โดยรถใหม่มักให้วงเงินประมาณ 75–80% ของราคารถ ส่วนที่เหลือจึงเป็นเงินดาวน์ของคุณ วงเงินที่ได้จริงขึ้นอยู่กับสภาพรถ รายได้ และการพิจารณาของผู้ให้เช่าซื้อแต่ละราย
ดอกเบี้ยแบบคงที่ (flat) กับอัตราที่แท้จริง (EIR) ต่างกันอย่างไร
Flat Rate คิดจากเงินต้นทั้งก้อนตลอดอายุสัญญาแล้วหารเฉลี่ยต่องวด ตัวเลขจึงดูต่ำ ส่วน EIR สะท้อนต้นทุนจริงเมื่อเงินต้นลดลงเรื่อย ๆ ตามการผ่อน ตัวอย่างที่ ธปท. ให้ไว้คือ flat 3–6% ต่อปี เทียบเท่า EIR ประมาณ 5.4–10.8% ต่อปี การเทียบข้อเสนอต้องแปลงให้เป็นหน่วยเดียวกันก่อน
ซื้อรถด้วยเงินสด ยังต้องจ่าย พ.ร.บ. และภาษีประจำปีไหม
ต้องจ่ายทั้งคู่ เพราะเป็นหน้าที่ของเจ้าของรถทุกคัน ไม่ว่าจะซื้อสดหรือเช่าซื้อ ภาษีประจำปีต้องเสียล่วงหน้าปีละครั้งแม้ไม่ได้ใช้รถ และรถทุกคันต้องมี พ.ร.บ. ที่ยังไม่สิ้นอายุ
รถใช้แล้วจ่ายอะไรต่างจากรถใหม่
ค่าโอนกรรมสิทธิ์ 5 + 100 = 105 บาท (ต้องแจ้งภายใน 15 วัน) ดอกเบี้ยและวงเงินขึ้นอยู่กับสภาพรถ ระยะทาง และอายุการใช้งาน โดยเพดานอัตราที่แท้จริงของรถใช้แล้วสูงกว่ารถใหม่ (ไม่เกิน 15% ต่อปี เทียบกับ 10% ต่อปีของรถใหม่) และรถที่อายุเกิน 7 ปีต้องตรวจสภาพ ตรอ. ก่อนชำระภาษี
ภาษีรถประจำปีเริ่มลดเมื่อไร
รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คนที่จดทะเบียนมาแล้วห้าปี จะได้ส่วนลดตั้งแต่ปีที่ 6 (ลด 10%) และเพิ่มเป็น 20% ในปีที่ 7, 30% ในปีที่ 8, 40% ในปีที่ 9 และ 50% ตั้งแต่ปีที่ 10 เป็นต้นไป
แหล่งอ้างอิง
ข้อมูลในบทความนี้ตรวจสอบเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2569 ตัวเลขที่เปลี่ยนแปลงได้ (เพดานอัตราดอกเบี้ย เบี้ย พ.ร.บ. อัตราภาษี) ควรตรวจซ้ำในวันที่ตัดสินใจซื้อจริง
- ธปท.: สินเชื่อเช่าซื้อรถ (วงเงินเช่าซื้อ เงินดาวน์ Flat Rate ตัวอย่างค่างวด และรายจ่ายหลังมีรถ)
- ธปท.: การแก้ไขหนี้เช่าซื้อรถ (กรรมสิทธิ์ในรถและผลของการค้างงวด)
- ธปท.: สินเชื่ออเนกประสงค์แบบมีหลักประกัน (ค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้น)
- ธปท.: ค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ (หลักการตั้งงบและภาระหนี้ไม่เกินหนึ่งในสามของรายได้)
- ธปท.: เอกสารหลักเกณฑ์การประกอบธุรกิจเช่าซื้อและลีสซิ่งรถยนต์และรถจักรยานยนต์
- สคบ.: ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่อง ให้ธุรกิจให้เช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์เป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา พ.ศ. 2565 และชุดคำถาม-คำตอบ
- พระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 (อัตราภาษีประจำปี มาตรา 29 ส่วนลดตามอายุรถ)
- กรมการขนส่งทางบก: คู่มือการดำเนินการทางทะเบียนและภาษีรถ (ค่าธรรมเนียมจดทะเบียนและโอน)
- กรมการขนส่งทางบก e-Service: เงื่อนไขการชำระภาษีประจำปีและการตรวจสภาพ
- คปภ.: คู่มือตีความกรมธรรม์ประกันภัยคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ (พ.ร.บ. มาตรา 7/10/20/22 และค่าเสียหายเบื้องต้น)
- คปภ.: คำสั่งนายทะเบียน เรื่อง แบบ ข้อความ และพิกัดอัตราเบี้ยประกันภัยกรมธรรม์ประกันภัยคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ (ตารางความคุ้มครอง)
- คปภ. e-Service: เครื่องคำนวณเบี้ยประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ.)