คู่มือช่วยตัดสินใจ

ซื้อรถคันแรกต้องจ่ายอะไรบ้าง: ต้นทุนจริงนอกจากราคารถ ตั้งแต่เงินดาวน์ถึงค่าบำรุงต่อปี

3 ตุลาคม 2026

ถ้าคุณกำลังคิดจะซื้อรถคันแรก ตัวเลขที่โฆษณาให้เห็นมักมีแค่ “ราคารถ” กับ “ค่างวดต่อเดือน” แต่เงินที่ต้องจ่ายจริงมีมากกว่านั้น แบ่งได้เป็นสามก้อน: (1) เงินก้อนจ่ายก่อนออกรถ ได้แก่ เงินดาวน์ ค่าธรรมเนียมจดทะเบียนหรือค่าโอนกรรมสิทธิ์ ภาษีรถประจำปีปีแรก พ.ร.บ. และค่าใช้จ่ายอื่นที่ระบุในสัญญา (2) ค่างวดรายเดือนซึ่งคิดจาก “ยอดจัดเช่าซื้อ” ไม่ใช่ราคารถทั้งคัน และ (3) ค่าใช้จ่ายรายปีตลอดเวลาที่เป็นเจ้าของรถ ได้แก่ ภาษีทุกปี พ.ร.บ. ประกันภัยภาคสมัครใจ ค่าตรวจสภาพ ค่าที่จอด ค่าน้ำมันหรือค่าไฟฟ้า ค่าซ่อมบำรุง ยาง และค่าล้างรถ

ตัวเลขในบทนี้มาจากเอกสารทางการที่เปิดตรวจเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2569 ได้แก่ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) กรมการขนส่งทางบก สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) และพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 ส่วนตารางที่เป็น “ตัวอย่างคำนวณ” คือการคำนวณจากตัวเลขสมมติที่ระบุสมมติฐานไว้ชัดเจน ไม่ใช่ราคาหรือข้อเสนอของบริษัทใด

บทความนี้ไม่มีลิงก์ affiliate ไม่ได้รีวิวหรือจัดอันดับยี่ห้อรถ ผู้ให้เช่าซื้อ หรือบริษัทประกัน และไม่ยืนยันว่าคุณจะได้รับอนุมัติหรือได้อัตราดอกเบี้ยเท่าใด เงื่อนไขจริงขึ้นอยู่กับรุ่นรถ สภาพรถ รายได้ และดุลยพินิจของผู้ให้เช่าซื้อแต่ละราย

สรุปสั้น: ต้นทุนของรถคันแรกมีอะไรบ้าง

ประเภทค่าใช้จ่ายจ่ายเมื่อไรคิดจากอะไรที่มาของตัวเลข
เงินดาวน์ก่อนออกรถราคารถ − วงเงินเช่าซื้อที่ได้รับอนุมัติ (รถใหม่มักให้วงเงินประมาณ 75–80% ของราคารถ)ธปท. (เป็นแนวปฏิบัติของผู้ประกอบธุรกิจ ไม่ใช่เพดานตามกฎหมาย)
ค่าธรรมเนียมจดทะเบียนรถใหม่วันจดทะเบียนคำขอ 5 + ตรวจสภาพรถ 50 + แผ่นป้ายทะเบียน 100 + ใบคู่มือจดทะเบียน 100 = 255 บาทกรมการขนส่งทางบก
ค่าโอนกรรมสิทธิ์ (รถใช้แล้ว)ภายใน 15 วันนับแต่วันโอนคำขอ 5 + โอนทะเบียนรถ 100 = 105 บาทกรมการขนส่งทางบก
ภาษีรถประจำปีปีแรกวันจดทะเบียนความจุกระบอกสูบของเครื่องยนต์ (ดูตารางด้านล่าง)พระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522
พ.ร.บ.ก่อนจดทะเบียน และต่ออายุทุกปีเบี้ยตามประกาศนายทะเบียน (คปภ.) ซึ่งเปลี่ยนแปลงได้คปภ. — บทนี้ไม่ระบุตัวเลขเบี้ย ต้องตรวจราคาจริง ณ วันซื้อ
ประกันภัยภาคสมัครใจสมัครใจ / ตามเงื่อนไขในสัญญาชั้นประกันและประวัติการเคลมคปภ. กำกับพิกัดอัตราเบี้ย
ค่างวดรายเดือนยอดจัดเช่าซื้อ (ไม่ใช่ราคารถ) และวิธีคิดดอกเบี้ยแบบเงินต้นคงที่ธปท. / สคบ.
ค่าบำรุงและรายจ่ายประจำตลอดทั้งปีขึ้นกับรุ่นรถ ราคารถ และพฤติกรรมการใช้ประเมินเอง — ไม่มีราคากลางจากหน่วยงานราชการ

ต้นทุนก้อนแรกก่อนออกรถ

เงินดาวน์ไม่ใช่ “20% ตามกฎหมาย”

ธปท. อธิบายว่าเงินดาวน์เป็นผลจากวงเงินที่ผู้ประกอบธุรกิจเช่าซื้ออนุมัติ ไม่ใช่ตัวเลขที่กฎหมายกำหนดไว้ตายตัว

“ผู้ประกอบธุรกิจเช่าซื้อมักให้วงเงินเช่าซื้อรถตามประเภทของรถ ดังนี้ รถใหม่: วงเงินส่วนใหญ่จะอยู่ประมาณ 75-80% ของราคารถยนต์ ส่วนที่เหลือผู้ซื้อจะต้องวางเงินดาวน์” — ธปท. หน้า “สินเชื่อเช่าซื้อรถ”

พูดง่าย ๆ คือ เงินดาวน์ = ราคารถ − วงเงินที่อนุมัติจริง ถ้ารถราคา 600,000 บาท และได้วงเงิน 80% ของราคารถ (480,000 บาท) ส่วนที่เหลือคือเงินดาวน์ 120,000 บาท ธปท. ระบุด้วยว่า รถใช้แล้ว วงเงินจะขึ้นอยู่กับสภาพรถ ระยะทาง อายุการใช้งาน และภาวะเศรษฐกิจ และอัตราดอกเบี้ยของรถใช้แล้วสูงกว่ารถใหม่ เพราะผู้ให้เช่าซื้อมีความเสี่ยงมากกว่าเมื่อต้องนำรถไปขายทอดตลาด

ข้อที่ต้องเข้าใจก่อนเซ็น: ในสัญญาเช่าซื้อ กรรมสิทธิ์ในรถยังเป็นของผู้ให้เช่าซื้อจนกว่าจะผ่อนครบตามสัญญา คุณเป็นผู้ครอบครองและมีหน้าที่ดูแลรถ หากค้างค่างวดติดต่อกัน 3 งวด ผู้ให้เช่าซื้อสามารถยึดรถไปขายทอดตลาดได้

ค่าจดทะเบียนรถใหม่ และค่าโอนกรรมสิทธิ์รถใช้แล้ว

ค่าธรรมเนียมราชการล้วน ๆ ตามคู่มือของกรมการขนส่งทางบกมีจำนวนไม่มาก แต่ต้องแยกจาก “แพ็กเกจค่าจดทะเบียน” ที่ศูนย์รถหรือเต็นท์มักคิดรวมมากับค่าดำเนินการ ป้าย กรอบป้าย และของแถม

รายการรถใหม่รถใช้แล้ว (โอนกรรมสิทธิ์)
คำขอ5 บาท5 บาท
ตรวจสภาพรถ (รย.)50 บาท—
ค่าแผ่นป้ายทะเบียน100 บาท—
ใบคู่มือจดทะเบียนรถ100 บาท100 บาท
ธรรมเนียมอื่น (กรณีทะเบียนบ้านอยู่ต่างจังหวัด)20 บาท—
โอนทะเบียนรถ—100 บาท
รวมค่าธรรมเนียม255 บาท (หรือ 275 บาท ถ้าทะเบียนบ้านต่างจังหวัด)105 บาท

ยังไม่รวมภาษีรถประจำปีปีแรก (ดูหัวข้อถัดไป) และยังไม่รวมค่าใช้จ่ายของสถานตรวจสภาพรถเอกชน (ตรอ.) ในกรณีรถใช้แล้วที่อายุเกินเกณฑ์

การจดทะเบียนรถใหม่ต้องมี กรมธรรม์ พ.ร.บ. ที่ยังไม่สิ้นอายุ เป็นเอกสารประกอบ และสำหรับรถใช้แล้ว ผู้โอนและผู้รับโอนต้องแจ้งต่อนายทะเบียนภายใน 15 วันนับแต่วันโอน

ภาษีรถประจำปีปีแรก

สำหรับรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน อัตราภาษีประจำปีคิดตามความจุกระบอกสูบรวมของเครื่องยนต์: 600 ลูกบาศก์เซนติเมตรแรก ซีซีละ 0.50 บาท, ส่วนที่เกิน 600 แต่ไม่เกิน 1,800 ซีซี ซีซีละ 1.50 บาท และส่วนที่เกิน 1,800 ซีซี ซีซีละ 4.00 บาท

รถที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของและไม่ได้ให้บุคคลธรรมดาเช่าซื้อในธุรกิจของนิติบุคคลนั้น เสียภาษีในอัตราสองเท่า

ความจุกระบอกสูบวิธีคิดโดยย่อภาษีปีที่ 1
1,000 ซีซี600×0.50 + 400×1.50900 บาท
1,200 ซีซี600×0.50 + 600×1.501,200 บาท
1,500 ซีซี600×0.50 + 900×1.501,650 บาท
1,800 ซีซี600×0.50 + 1,200×1.502,100 บาท
2,000 ซีซี600×0.50 + 1,200×1.50 + 200×4.002,900 บาท
2,500 ซีซี600×0.50 + 1,200×1.50 + 700×4.004,900 บาท

ตารางนี้เป็นการคำนวณจากบัญชีอัตราภาษีท้ายพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 ไม่ใช่ตัวเลขที่กรมการขนส่งทางบกประกาศเป็นรายรุ่น และรถแต่ละคันต้องบวกส่วนลดตามอายุรถในปีถัด ๆ ไป (ดูหัวข้อ “ภาษีรถประจำปีกับส่วนลดตามอายุรถ”)

พ.ร.บ. ต้องมีก่อนจดทะเบียน

พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 กำหนดให้เจ้าของรถหรือผู้ครอบครองรถทุกคันมีหน้าที่จัดให้มีการประกันภัย (มาตรา 7) และให้บริษัทเป็นผู้รับประกันภัย (มาตรา 10) เมื่อเกิดความเสียหาย บริษัทต้องชดใช้ค่าเสียหายเบื้องต้นโดยเร็วภายใน 7 วัน (มาตรา 20) โดยไม่ต้องรอพิสูจน์ความรับผิด

จุดที่คนสับสนบ่อยคือ พ.ร.บ. เป็นประกันเพื่อ ผู้ประสบภัย (ประกันภัยค้ำจุน) ไม่ใช่ประกันรถของเราเอง และการรับค่าเสียหายเบื้องต้นไม่ตัดสิทธิผู้ประสบภัยที่จะเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนเพิ่มเติมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (มาตรา 22)

เรื่องเบี้ย พ.ร.บ.: บทนี้ไม่ระบุตัวเลขเบี้ยรายปี เพราะอัตรากำหนดโดยประกาศนายทะเบียน (คปภ.) และเปลี่ยนแปลงได้ ให้ตรวจราคาจริงกับบริษัทประกันหรือเครื่องคำนวณเบื้องต้นของ คปภ. ในวันที่ซื้อ (ดูแหล่งอ้างอิงท้ายบท)

ค่าใช้จ่ายอื่นที่อาจอยู่ในสัญญา

หลักเกณฑ์ของ ธปท. กำหนดรายการค่าบริการที่ผู้ประกอบธุรกิจเรียกเก็บได้ เช่น ค่าตรวจสอบข้อมูลเครดิต ค่าสำรวจและประเมินราคารถ ค่าเบี้ยประกันภัย ค่าใช้จ่ายที่จ่ายให้หน่วยงานราชการ (เช่น กรมการขนส่งทางบก กรมสรรพากร) ค่าชุดโอนกรรมสิทธิ์ครั้งที่ 2 เป็นต้นไปตามที่ลูกค้าร้องขอ ค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนสัญญาตามที่ลูกค้าร้องขอ และค่าติดตามทวงถามหนี้

ส่วน ค่าอากรแสตมป์ ธปท. ระบุไว้เพียงว่าเป็นค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นในสินเชื่อที่มีรถเป็นหลักประกัน แต่ไม่มีอัตราทางการที่ยืนยันได้ในรอบการตรวจนี้ จึงควรถามผู้ให้เช่าซื้อตรง ๆ ว่าจะคิดเท่าไร (อย่าใช้ตัวเลขจากบทความทั่วไปที่ไม่มีแหล่งอ้างอิง)

ค่างวดคิดจากยอดจัด ไม่ใช่ราคารถ — และทำไม flat rate ดูถูก

ดอกเบี้ยแบบเงินต้นคงที่ (Flat Rate) กับอัตราที่แท้จริง (EIR)

ธปท. อธิบายว่าการคิดดอกเบี้ยเช่าซื้อรถส่วนใหญ่คิดแบบเงินต้นคงที่ (Flat Rate) คือคำนวณจากเงินต้นทั้งจำนวนและระยะเวลาผ่อนทั้งหมด แล้วหารเฉลี่ยให้จ่ายเท่ากันทุกงวด ทำให้ตัวเลขที่เห็นดูต่ำกว่าอัตราที่แท้จริงเสมอ สคบ. จึงกำหนดให้สัญญาระบุอัตราดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก (Effective Rate) ไว้ด้วย เพื่อให้เทียบกันได้

ตัวอย่างที่ ธปท. ให้ไว้ในหลักเกณฑ์เช่าซื้อ-ลีสซิ่ง: อัตราดอกเบี้ยแบบคงที่ 3–6% ต่อปี เทียบเท่าอัตราแบบลดต้นลดดอก (EIR) ประมาณ 5.4–10.8% ต่อปี

ตารางเทียบ Flat → EIR ด้านล่างเป็นการคำนวณของ RUAY OK จากเงินต้น 100,000 บาท ผ่อน 48 งวดเท่ากันทุกงวด แล้วหาอัตราลดต้นลดดอกที่ให้ค่างวดเท่ากัน — ใช้ดู “ขนาดของความต่าง” ไม่ใช่ราคาของผู้ให้บริการรายใด

อัตราดอกเบี้ยแบบคงที่ (ต่อปี)เทียบเท่าอัตราที่แท้จริง (ต่อปี)
2%ประมาณ 3.8%
3%ประมาณ 5.7%
4%ประมาณ 7.5%
5%ประมาณ 9.2%
6%ประมาณ 11.0%
7%ประมาณ 12.7%
8%ประมาณ 14.3%
9%ประมาณ 16.0%
10%ประมาณ 17.6%

หากผู้ให้เช่าซื้อรายหนึ่งเสนอ flat rate และอีกรายเสนอ EIR ให้แปลงให้เป็นหน่วยเดียวกันก่อนเปรียบเทียบ อย่าเทียบตัวเลข flat กับตัวเลข EIR ตรง ๆ เพราะจะเข้าใจผิดว่าถูกกว่าทั้งที่แพงกว่า

เพดานดอกเบี้ยตามกฎหมายและวันที่มีผลบังคับ

สคบ. กำหนดเพดานอัตราดอกเบี้ยเช่าซื้อแบบอัตราที่แท้จริง (EIR) ไว้ที่รถยนต์ใหม่ไม่เกิน 10% ต่อปี รถยนต์ใช้แล้วไม่เกิน 15% ต่อปี และรถจักรยานยนต์ไม่เกิน 23% ต่อปี โดยประกาศฉบับ พ.ศ. 2565 ใช้กับสัญญาเช่าซื้อที่ทำตั้งแต่วันที่ 10 มกราคม 2566 เป็นต้นไป (สัญญาเดิมยังใช้เงื่อนไขเดิมจนสิ้นสุดสัญญา)

ต่อมา ธปท. ออกหลักเกณฑ์การประกอบธุรกิจเช่าซื้อและลีสซิ่งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ใช้เพดานอัตราเดียวกัน และกำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจเปิดเผยข้อมูลขั้นต่ำ ได้แก่ อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงต่อปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ต่อปี อัตราดอกเบี้ยผิดนัดชำระหนี้ต่อปี อัตราค่าบริการที่เรียกเก็บ และเบี้ยปรับ (ถ้ามี)

หลักเกณฑ์ใช้กับวันที่มีผล
สคบ. ประกาศ พ.ศ. 2565 (เพดาน EIR และเงื่อนไขสัญญา)สัญญาเช่าซื้อที่ทำตั้งแต่ 10 ม.ค. 2566มีผลแล้ว
ธปท. หลักเกณฑ์เช่าซื้อ-ลีสซิ่ง — ระยะที่ 1 (เพดานดอกเบี้ย อัตราดอกเบี้ยผิดนัด ส่วนลดดอกเบี้ย)สัญญาใหม่3 ธ.ค. 2568
ธปท. หลักเกณฑ์เช่าซื้อ-ลีสซิ่ง — ระยะที่ 2 (การเรียกเก็บและเปิดเผยข้อมูลดอกเบี้ย ค่าบริการ เบี้ยปรับ)ทุกสัญญา1 มิ.ย. 2569

ผลของจำนวนงวดและเงินดาวน์ (ตัวอย่างตัวเลขสมมติ)

ตัวอย่างนี้ยกจากหน้า “สินเชื่อเช่าซื้อรถ” ของ ธปท.: รถราคา 600,000 บาท ดอกเบี้ย 3% ต่อปี วางเงินดาวน์ 20% เหลือเงินต้นผ่อน 480,000 บาท

กรณีเงินต้นดอกเบี้ยรวมรวมจ่ายทั้งสัญญาค่างวด/เดือนEIR โดยประมาณ
A: ดาวน์ 20% ผ่อน 60 งวด480,00072,000552,0009,2005.6%
B: ดาวน์ 20% ผ่อน 48 งวด480,00057,600537,60011,2005.7%
C: ดาวน์ 50% ผ่อน 48 งวด300,00036,000336,0007,0005.7%
  • A → B: จ่ายต่องวดเพิ่มขึ้นเดือนละ 2,000 บาท แต่ประหยัดดอกเบี้ย 14,400 บาท และหมดหนี้เร็วขึ้น 1 ปี
  • B → C: ดาวน์เพิ่มจาก 20% เป็น 50% ประหยัดดอกเบี้ยอีก 21,600 บาท และค่างวดต่อเดือนต่ำลง 4,200 บาท (11,200 − 7,000)
  • ตัวเลขเงินดาวน์ ค่างวด และดอกเบี้ยทั้งหมดในตารางนี้เป็น ตัวอย่างตัวเลขสมมติ ที่คำนวณจากตัวเลขชุดเดียวกับตัวอย่างของ ธปท. ไม่ใช่ข้อเสนอจากผู้ให้เช่าซื้อรายใด

ข้อสังเกตสำคัญคือ การยืดงวดให้ยาวขึ้นทำให้ค่างวดต่อเดือนดูน่าจ่าย แต่ดอกเบี้ยรวมสูงขึ้น ธปท. เตือนตรง ๆ ว่า “อย่าติดกับดักจ่ายน้อย ๆ แต่นาน ๆ” เพราะการเพิ่มเงินผ่อนต่อเดือนอีกเล็กน้อยโดยไม่กระทบค่าใช้จ่ายจำเป็นและการออมเผื่อฉุกเฉิน จะช่วยให้ประหยัดดอกเบี้ยและปลดหนี้ได้เร็วขึ้น

ต้นทุนภาคบังคับรายปีที่เจ้าของรถต้องจ่าย

ภาษีรถประจำปีกับส่วนลดตามอายุรถ

เจ้าของรถมีหน้าที่เสียภาษีประจำปีและต้องเสียล่วงหน้าคราวละหนึ่งปี แม้จะไม่ได้ใช้รถก็ตาม (มาตรา 32 และมาตรา 34) หากไม่ชำระภายในกำหนด ต้องเสียเงินเพิ่มอีกร้อยละหนึ่งต่อเดือนหรือเศษของเดือนของจำนวนภาษีที่ต้องชำระ และหากค้างชำระติดต่อกันครบสามปี การจดทะเบียนรถจะถูกระงับ (มาตรา 35/3) — ชำระภาษีล่วงหน้าได้ไม่เกิน 90 วันก่อนวันครบกำหนด

รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คนที่จดทะเบียนมาแล้วห้าปีนับแต่ปีที่จดทะเบียนครั้งแรก จะได้ส่วนลดภาษีประจำปีในปีต่อ ๆ ไปตามอายุรถ

อายุรถส่วนลดภาษี
ปีที่ 6ลด 10%
ปีที่ 7ลด 20%
ปีที่ 8ลด 30%
ปีที่ 9ลด 40%
ปีที่ 10 และปีต่อ ๆ ไปลด 50%

นำส่วนลดไปคูณกับภาษีตามความจุกระบอกสูบ ตัวอย่างรถ 1,500 ซีซี ภาษีปีแรก 1,650 บาท จะเหลือ 1,485 บาทในปีที่ 6, 1,320 บาทในปีที่ 7 และ 825 บาทตั้งแต่ปีที่ 10 เป็นต้นไป

รถยนต์ที่มีอายุการใช้งานเกิน 7 ปีนับจากวันจดทะเบียนครั้งแรก (หรือรถที่ค้างชำระภาษีเกิน 1 ปี) ต้องผ่านการตรวจสภาพจากสถานตรวจสภาพรถเอกชน (ตรอ.) ก่อนชำระภาษี — ค่าตรวจสภาพเป็นราคาที่เอกชนกำหนด ไม่มีอัตราที่ราชการประกาศในรอบการตรวจนี้ จึงควรสอบถามราคากับ ตรอ. แต่ละแห่งก่อนไป

พ.ร.บ. คุ้มครองอะไรบ้าง

ตารางกรมธรรม์ประกันภัยคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ (ตามคำสั่งนายทะเบียนฉบับ พ.ศ. 2568) ระบุจำนวนเงินความคุ้มครองผู้ประสบภัยไว้ดังนี้

ความเสียหายวงเงิน
ความเสียหายต่อร่างกายหรืออนามัย80,000 บาท ต่อคน
เสียชีวิต หรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง500,000 บาท ต่อคน
ทุพพลภาพอย่างถาวร หรือสูญเสียอวัยวะตามเงื่อนไขกรมธรรม์200,000–500,000 บาท ต่อคน
ชดเชยรายวันกรณีเข้ารักษาในสถานพยาบาลในฐานะคนไข้ใน200 บาทต่อวัน รวมไม่เกิน 20 วัน
กรณีผู้ประสบภัยเป็นผู้ขับขี่รถคันที่เอาประกันภัยได้รับความคุ้มครองไม่เกินจำนวนค่าเสียหายเบื้องต้น

นอกจากวงเงินข้างต้น พ.ร.บ. ยังกำหนดให้จ่าย ค่าเสียหายเบื้องต้น โดยไม่รอพิสูจน์ความรับผิด

กรณีค่าเสียหายเบื้องต้น
ความเสียหายต่อร่างกาย (ค่ารักษาพยาบาลตามที่จ่ายจริง)ไม่เกิน 30,000 บาทต่อคน
สูญเสียอวัยวะ หรือทุพพลภาพอย่างถาวร35,000 บาทต่อคน
เสียชีวิต (ค่าปลงศพและค่าใช้จ่ายในการจัดการศพ)35,000 บาทต่อคน
รวมกัน (ร่างกาย + สูญเสียอวัยวะ หรือ ร่างกาย + ชีวิต)ไม่เกิน 65,000 บาทต่อคน

ค่าเสียหายเบื้องต้นนี้เป็นส่วนหนึ่งของจำนวนเงินค่าสินไหมทดแทนตามกฎหมาย ไม่ใช่เงินเพิ่ม และไม่ตัดสิทธิเรียกร้องส่วนที่เหลือ

พ.ร.บ. เป็นคนละอย่างกับ ประกันภัยรถภาคสมัครใจ (ชั้น 1 / 2+ / 2 / 3) ซึ่งเป็นความสมัครใจหรือเป็นเงื่อนไขตามที่ตกลงในสัญญาเช่าซื้อ ถ้าต้องการรายละเอียดว่าชั้นประกันต่างกันอย่างไรและควรเลือกแบบไหน อ่านต่อที่ ประกันรถยนต์ ชั้น 1 / 2+ / 2 / 3 ต่างกันอย่างไร

ค่าใช้จ่ายสมัครใจและรายจ่ายประจำที่มักลืม

ธปท. เตือนในหน้าเดียวกันว่า ไม่ว่าจะซื้อรถด้วยเงินสดหรือเช่าซื้อ การมีรถยังมีภาระค่าใช้จ่ายอื่นที่ต้องคิดก่อนตัดสินใจ เช่น ค่า พ.ร.บ. ค่าต่อทะเบียน ค่าเบี้ยประกัน ค่าที่จอดรถ ค่าซ่อมบำรุง และค่าล้างรถ ซึ่งอาจสูงขึ้นตามราคาของรถที่ซื้อ

รายการความถี่วิธีประเมิน
ค่าที่จอดรถรายเดือนราคาที่จอดใกล้บ้าน/ที่ทำงาน × 12 เดือน
ค่าน้ำมัน หรือค่าไฟฟ้าชาร์จรายเดือนระยะทางต่อเดือน ÷ อัตราสิ้นเปลือง × ราคาพลังงาน
ค่าซ่อมบำรุงตามระยะทุก 6–12 เดือนดูตารางบำรุงรักษาของรุ่นรถ + ค่าแรงศูนย์
ยางและของเหลวทุก 2–4 ปีราคายางต่อเส้น × 4 + ค่าถ่วง/ตั้งศูนย์
ค่าล้างรถรายเดือนค่าบริการต่อครั้ง × จำนวนครั้ง
ประกันภัยภาคสมัครใจรายปีเบี้ยตามชั้นประกันและประวัติการเคลม (สอบถามบริษัท)

ค่าใช้จ่ายกลุ่มนี้ไม่มีราคากลางจากหน่วยงานราชการ เพราะขึ้นกับรุ่นรถ ราคารถ และพฤติกรรมการใช้ ทางที่ตรงไปตรงมาที่สุดคือ กรอกตารางนี้ด้วยตัวเลขของคุณเอง แล้วบวกค่าเสื่อมราคาเข้าไปด้วย เพราะรถเป็นทรัพย์สินที่มูลค่าลดลงทุกปี

หลักที่ใช้คุมไม่ให้งบบานปลายคือเกณฑ์ของ ธปท. ที่ระบุว่าการกู้ยืมครั้งใหม่ต้องไม่ทำให้ภาระชำระคืนเงินต้นและดอกเบี้ยทั้งหมดต่อเดือนเกินหนึ่งในสามของรายได้ต่อเดือน และควรใช้เงินออมเป็นหลักโดยกู้ให้น้อยที่สุดหรือวางเงินดาวน์ให้มากที่สุด

วิธีจัดค่างวดให้อยู่ในกรอบงบอ่านเพิ่มได้ที่ วิธีจัดงบ 50/30/20

ตัวอย่างคำนวณ: เงินที่ต้องใช้จริงในปีแรก

ตัวอย่างนี้ใช้ ตัวเลขสมมติ เพื่อให้เห็นว่าก้อนแรกกับก้อนรายเดือนรวมกันเป็นเท่าไร โดยไม่ใช่การประมาณราคารถรุ่นใด

สมมติฐาน: รถใหม่ราคา 600,000 บาท เครื่องยนต์ 1,500 ซีซี ทะเบียนบ้านในกรุงเทพมหานคร วงเงินเช่าซื้อ 80% ของราคารถ (480,000 บาท) ดอกเบี้ยแบบคงที่ 3% ต่อปี ผ่อน 60 งวด งวดละ 9,200 บาท

รายการจำนวนเงินหมายเหตุ
เงินดาวน์120,000 บาทราคารถ − วงเงินเช่าซื้อ
ค่าธรรมเนียมจดทะเบียนรถใหม่255 บาทตามคู่มือกรมการขนส่งทางบก
ภาษีรถประจำปีปีแรก1,650 บาทคำนวณจาก 1,500 ซีซี
พ.ร.บ.ยังไม่รวมในยอดนี้ต้องตรวจราคาจริงกับบริษัทประกัน/เครื่องคำนวณ คปภ. ณ วันซื้อ
ค่างวด 12 งวดแรก110,400 บาท9,200 × 12
รวมเฉพาะรายการที่ยืนยันตัวเลขได้232,305 บาทยังไม่รวม พ.ร.บ. ประกันภัยภาคสมัครใจ ค่าที่จอด ค่าน้ำมัน ค่าซ่อมบำรุง

หลังปีแรก ค่าใช้จ่ายต่อปีจะเปลี่ยนจาก “เงินดาวน์ + ค่าธรรมเนียม” เป็น “ภาษีประจำปี + พ.ร.บ. + ประกันภัย + ค่าบำรุง” บวกค่างวดที่ยังเหลืออีก 48 งวด (441,600 บาทตามตัวอย่างนี้) ตัวเลขนี้ยังไม่รวมดอกเบี้ยที่อาจเปลี่ยนไปตามเงื่อนไขที่ตกลงจริง จึงควรใช้ตารางนี้เป็น “โครง” แล้วกรอกตัวเลขจากการเสนอราคาจริงของผู้ให้เช่าซื้อที่คุณกำลังพิจารณา

อ่านกลไกการเทียบต้นทุนรวมของสินเชื่อแต่ละแบบเพิ่มเติมได้ที่ อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง (APR) คืออะไร

ยังไม่ควรซื้อตอนนี้ เมื่อไร และทางเลือกที่ไม่ซื้อ

ธปท. แนะนำไว้ว่าถ้าไม่จำเป็นต้องรีบซื้อรถ ให้เก็บสะสมเงินดาวน์ไปเรื่อย ๆ เพราะยิ่งมีเงินดาวน์มาก ยิ่งจ่ายดอกเบี้ยน้อยลง และหากเป็นค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ ให้ทบทวนก่อนว่าเป็น “จำเป็นต้องมี” หรือเป็นแค่ “อยากได้” การทยอยออมล่วงหน้าดีกว่าการกู้ เพราะประหยัดดอกเบี้ยและไม่มีภาระผูกพันในอนาคต

สัญญาณที่ควรชะลอการซื้อ:

  • ภาระชำระคืนเงินต้นและดอกเบี้ยของหนี้ทั้งหมดรวมกันต่อเดือนเกินหนึ่งในสามของรายได้
  • ต้องดึงเงินสำรองฉุกเฉินทั้งหมดมาเป็นเงินดาวน์ จนเหลือเงินกันเหตุไม่พอ (ดูก่อนว่า เงินสำรองฉุกเฉินควรมีเท่าไร)
  • รายได้ยังไม่นิ่ง หรือคาดว่าจะลดลงใน 1–2 ปีข้างหน้า
  • ยังไม่รู้ว่าอัตราดอกเบี้ยที่จะใช้ตลอดสัญญาคือเท่าไร และค่างวดอาจเปลี่ยนเมื่อโปรโมชันสิ้นสุด
  • ซื้อเพราะกลัวว่าดอกเบี้ยจะขึ้น ทั้งที่ยังไม่มีความจำเป็นต้องใช้รถจริง

ทางเลือกที่ยังตอบโจทย์ชีวิตได้โดยไม่สร้างภาระระยะยาว เช่น การเก็บเงินดาวน์ต่ออีก 6–12 เดือนให้มากขึ้น เลือกรถที่ราคาต่ำลงหรือรถใช้แล้วที่ตรวจสภาพแล้ว ใช้รถสาธารณะหรือเช่ารถเมื่อจำเป็น หรือซื้อด้วยเงินสดหากมีเงินพร้อม — ทุกทางเลือกมีข้อแลกเปลี่ยนต่างกัน ไม่มีคำตอบเดียวที่เหมาะกับทุกคน

ก่อนเซ็นสัญญาเช่าซื้อ ควรตรวจอะไรบ้าง

  • ขอตัวเลขทั้งสองแบบ: อัตราดอกเบี้ยคงที่ต่อปี และอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงต่อปี (EIR) พร้อมอัตราดอกเบี้ยผิดนัด ค่าบริการ และเบี้ยปรับ — เป็นข้อมูลขั้นต่ำที่ผู้ประกอบธุรกิจต้องเปิดเผยตามหลักเกณฑ์ ธปท.
  • เบี้ยปรับผิดนัด: ตามประกาศ สคบ. ฉบับ พ.ศ. 2565 คิดได้ไม่เกินร้อยละ 5 ต่อปี จากยอดเงินค่างวดที่ผิดนัดเท่านั้น
  • ปิดบัญชีก่อนกำหนด: ผ่อนมาแล้วไม่เกิน 1 ใน 3 ของสัญญา ได้ส่วนลดดอกเบี้ยที่ยังไม่ถึงกำหนดไม่น้อยกว่า 60% ผ่อนเกิน 1 ใน 3 แต่ไม่เกิน 2 ใน 3 ได้ไม่น้อยกว่า 70% และผ่อนเกิน 2 ใน 3 ได้ส่วนลดทั้งหมด
  • ก่อนขายทอดตลาด: ผู้ให้เช่าซื้อต้องมีหนังสือแจ้งให้ใช้สิทธิปิดบัญชีไม่น้อยกว่า 30 วัน หากขายได้ราคาเกินมูลหนี้ที่ขาด ต้องคืนส่วนที่เกินให้ผู้เช่าซื้อ และห้ามคิดดอกเบี้ยเช่าซื้อที่ยังไม่ถึงกำหนดหลังจากบอกเลิกสัญญา
  • เมื่อผ่อนครบ: ผู้ให้เช่าซื้อต้องโอนกรรมสิทธิ์ให้ภายใน 30 วันนับจากวันที่ได้รับเอกสารที่จำเป็นครบ
  • การเปลี่ยนสัญญา: ทำได้เมื่อได้รับความยินยอม และมีค่าใช้จ่ายได้แต่ต้องไม่เกิน 2,500 บาท
  • ค่าทวงถามหนี้: ผิดนัดหนึ่งงวดเรียกเก็บได้ไม่เกิน 50 บาท ผิดนัดสองงวดขึ้นไปไม่เกิน 100 บาท และกรณีลงพื้นที่ติดตามทวงถามเพิ่มได้ไม่เกิน 400 บาท ต่อรอบการทวงถาม
  • ห้ามบังคับพ่วง: หลักเกณฑ์ ธปท. ระบุว่าต้องไม่บังคับขายผลิตภัณฑ์พ่วงกัน ไม่บังคับให้ทำประกันกับบริษัทใดบริษัทหนึ่งโดยเฉพาะ และไม่บังคับขายประกันชีวิตพร้อมธุรกรรมเช่าซื้อ

ถ้าคิดจะเปลี่ยนรถเป็นหลักประกันหรือรีไฟแนนซ์ในอนาคต ควรอ่านข้อดีข้อเสียให้ครบก่อนที่ เอารถเป็นหลักประกันหรือรีไฟแนนซ์รถคุ้มไหม

คำถามที่พบบ่อย

เงินดาวน์ต้อง 20% ตามกฎหมายหรือไม่

ไม่ใช่ตัวเลขที่กฎหมายกำหนดไว้ตายตัว ธปท. อธิบายว่าเป็นแนวปฏิบัติของผู้ประกอบธุรกิจเช่าซื้อ โดยรถใหม่มักให้วงเงินประมาณ 75–80% ของราคารถ ส่วนที่เหลือจึงเป็นเงินดาวน์ของคุณ วงเงินที่ได้จริงขึ้นอยู่กับสภาพรถ รายได้ และการพิจารณาของผู้ให้เช่าซื้อแต่ละราย

ดอกเบี้ยแบบคงที่ (flat) กับอัตราที่แท้จริง (EIR) ต่างกันอย่างไร

Flat Rate คิดจากเงินต้นทั้งก้อนตลอดอายุสัญญาแล้วหารเฉลี่ยต่องวด ตัวเลขจึงดูต่ำ ส่วน EIR สะท้อนต้นทุนจริงเมื่อเงินต้นลดลงเรื่อย ๆ ตามการผ่อน ตัวอย่างที่ ธปท. ให้ไว้คือ flat 3–6% ต่อปี เทียบเท่า EIR ประมาณ 5.4–10.8% ต่อปี การเทียบข้อเสนอต้องแปลงให้เป็นหน่วยเดียวกันก่อน

ซื้อรถด้วยเงินสด ยังต้องจ่าย พ.ร.บ. และภาษีประจำปีไหม

ต้องจ่ายทั้งคู่ เพราะเป็นหน้าที่ของเจ้าของรถทุกคัน ไม่ว่าจะซื้อสดหรือเช่าซื้อ ภาษีประจำปีต้องเสียล่วงหน้าปีละครั้งแม้ไม่ได้ใช้รถ และรถทุกคันต้องมี พ.ร.บ. ที่ยังไม่สิ้นอายุ

รถใช้แล้วจ่ายอะไรต่างจากรถใหม่

ค่าโอนกรรมสิทธิ์ 5 + 100 = 105 บาท (ต้องแจ้งภายใน 15 วัน) ดอกเบี้ยและวงเงินขึ้นอยู่กับสภาพรถ ระยะทาง และอายุการใช้งาน โดยเพดานอัตราที่แท้จริงของรถใช้แล้วสูงกว่ารถใหม่ (ไม่เกิน 15% ต่อปี เทียบกับ 10% ต่อปีของรถใหม่) และรถที่อายุเกิน 7 ปีต้องตรวจสภาพ ตรอ. ก่อนชำระภาษี

ภาษีรถประจำปีเริ่มลดเมื่อไร

รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คนที่จดทะเบียนมาแล้วห้าปี จะได้ส่วนลดตั้งแต่ปีที่ 6 (ลด 10%) และเพิ่มเป็น 20% ในปีที่ 7, 30% ในปีที่ 8, 40% ในปีที่ 9 และ 50% ตั้งแต่ปีที่ 10 เป็นต้นไป

แหล่งอ้างอิง

ข้อมูลในบทความนี้ตรวจสอบเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2569 ตัวเลขที่เปลี่ยนแปลงได้ (เพดานอัตราดอกเบี้ย เบี้ย พ.ร.บ. อัตราภาษี) ควรตรวจซ้ำในวันที่ตัดสินใจซื้อจริง

ใช้พลังจาก Amity Tech CMS