ประกันรถยนต์ ชั้น 1 / 2+ / 2 / 3 ต่างกันอย่างไร เลือกแบบไหนก่อนต่ออายุ
สรุปก่อนเลือก: ประกันรถยนต์ “ชั้น 1 / 2+ / 2 / 3” ต่างกันหลัก ๆ ที่รถของเราเสียหายจากอะไรแล้วมีความคุ้มครองหรือไม่ ไม่ใช่แค่ราคาเบี้ย ประกันชั้น 1 ครอบคลุมรถเราอย่างกว้างที่สุด; 2+ และ 3+ คุ้มครองรถเราเฉพาะกรณีชนกับยานพาหนะทางบกตามเอกสารแนบท้าย; ชั้น 2 เน้นความรับผิดต่อคนอื่นพร้อมไฟไหม้/รถหาย; ชั้น 3 เน้นความรับผิดต่อคนอื่นเป็นหลัก ส่วน พ.ร.บ. เป็นประกันภาคบังคับสำหรับความเสียหายต่อชีวิตและร่างกาย ไม่ใช่ประกันซ่อมรถ
ข้อมูลและวงเงินในบทความตรวจจากเอกสารที่ระบุในวันที่ 13 กันยายน 2569 เงื่อนไขและทุนประกันในใบเสนอราคาจริงอาจต่างกัน จึงควรใช้บทความนี้เป็นเช็กลิสต์ก่อนอ่านตารางกรมธรรม์ที่จะซื้อหรือต่ออายุ
ตารางสั้น: ชั้น 1 / 2+ / 2 / 3 ต่างกันอย่างไร
| แบบที่ตลาดเรียก | คุ้มครองความรับผิดต่อบุคคลภายนอก | รถเราเมื่อชนรถ | ไฟไหม้/รถหาย | รถเราเมื่อชนเสา กำแพง หรือล้มเอง |
|---|---|---|---|---|
| ชั้น 1 | มี | มี | มี | มีตามความคุ้มครองรถยนต์ |
| ชั้น 2+ | มี | มีเฉพาะชนกับยานพาหนะทางบกตามเอกสารแนบท้าย | มี | ไม่อยู่ในความคุ้มครอง “ชนกับยานพาหนะทางบก” |
| ชั้น 2 | มี | ไม่มี | มี | ไม่มี |
| ชั้น 3+ | มี | มีเฉพาะชนกับยานพาหนะทางบกตามเอกสารแนบท้าย | ไม่มี | ไม่อยู่ในความคุ้มครอง “ชนกับยานพาหนะทางบก” |
| ชั้น 3 | มี | ไม่มี | ไม่มี | ไม่มี |
ตารางนี้สรุปกลไกของกรมธรรม์มาตรฐาน ไม่ใช่คำรับประกันว่าทุกแผนขายจริงมีรายการคุ้มครองเท่ากัน โดยเฉพาะน้ำท่วม ความคุ้มครองอุบัติเหตุส่วนบุคคล ค่ารักษา และประกันตัวผู้ขับขี่ ต้องดูตารางของฉบับที่กำลังจะเซ็นเป็นรายรายการ[1][4]
พ.ร.บ. + ชั้น 3 ไม่เท่ากับชั้น 1
พ.ร.บ. หรือประกันภัยภาคบังคับ มีไว้คุ้มครองผู้ประสบภัยด้านชีวิต ร่างกาย หรืออนามัย ไม่ได้คุ้มครองทรัพย์สินและรถของเรา ผู้ขับขี่รถคันที่เอาประกันได้รับไม่เกินค่าเสียหายเบื้องต้นตามตาราง พ.ร.บ.[2] ชั้น 3 เป็นประกันสมัครใจที่เน้นความรับผิดต่อบุคคลภายนอก จึงยังไม่ทำให้รถของเราได้รับความคุ้มครองเมื่อเสียหาย
| พ.ร.บ. ตามตารางกรมธรรม์ | จำนวนเงิน |
|---|---|
| ความเสียหายต่อร่างกายหรืออนามัย | ไม่เกิน 80,000 บาทต่อคน |
| เสียชีวิตหรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง | 500,000 บาทต่อคน |
| ทุพพลภาพถาวรหรือสูญเสียอวัยวะ | 200,000–500,000 บาทต่อคน ตามเงื่อนไข |
| ชดเชยรายวันกรณีผู้ป่วยใน | 200 บาทต่อวัน รวมไม่เกิน 20 วัน |
| เพดานรวม | ไม่เกิน 504,000 บาทต่อคน และ 20,000,000 บาทต่ออุบัติเหตุหนึ่งครั้ง |
| ค่าเสียหายเบื้องต้น | 30,000 บาทกรณีบาดเจ็บ; 35,000 บาทกรณีเสียชีวิต หรือสูญเสียอวัยวะ/ทุพพลภาพถาวร |
พ.ร.บ. เป็นสิ่งที่เจ้าของหรือผู้ครอบครองรถต้องจัดทำและใช้ต่ออายุภาษีรถประจำปีได้ การไม่ทำมีโทษปรับตามข้อมูลของกองบัญชาการตำรวจนครบาล: เจ้าของรถไม่เกิน 10,000 บาท ผู้ใช้รถไม่เกิน 10,000 บาท และหากเป็นทั้งเจ้าของและใช้รถอาจรวมไม่เกิน 20,000 บาท[3] ส่วนประกันสมัครใจเลือกไม่ทำได้ แต่ต้องยอมรับค่าซ่อมรถเราเองและความเสี่ยงความรับผิดที่เกินวงเงิน
คำว่า “ชั้น” กับ “ประเภท” ในกรมธรรม์
เอกสารมาตรฐานแบ่งกรมธรรม์ภาคสมัครใจเป็น 5 ประเภท ไม่ได้เรียกว่า “ชั้น” ได้แก่ ประเภท 1, ประเภท 2, ประเภท 3, แบบคุ้มครองเฉพาะทรัพย์สินบุคคลภายนอก และแบบคุ้มครองเฉพาะภัย[1] ในการใช้คำทั่วไป คนจึงมักเรียกประเภท 1 ว่า “ชั้น 1” และประเภท 3 ว่า “ชั้น 3”
ส่วน 2+ และ 3+ ไม่ควรตีความว่าเป็นชั้นใหม่ที่คุ้มครองเท่าชั้น 1 กลไกที่ตรวจได้คือเป็นกรมธรรม์ประเภท 2 หรือ 3 แบบคุ้มครองเฉพาะภัย ร่วมกับเอกสารแนบท้าย ร.ย.ภ.10 ซึ่งคุ้มครองความเสียหายรถเราเพราะชนกับ “ยานพาหนะทางบก” เท่านั้น และผู้เอาประกันต้องแจ้งคู่กรณีอีกฝ่ายได้[1] เพราะฉะนั้นชนรถจึงต่างจากชนเสา ชนกำแพง ชนสัตว์ หรือรถล้มเอง
ดูคำคุ้มครอง 4 ช่องนี้ก่อนดูราคา
| คำในตารางกรมธรรม์ | ความหมายที่ควรถามต่อ |
|---|---|
| TPBI | ความรับผิดต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยของบุคคลภายนอก รวมถึงผู้โดยสารในรถคันเอาประกัน |
| TPPD | ความรับผิดต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก |
| F&T | ความสูญหายและไฟไหม้ของรถเรา |
| OD | ความเสียหายของรถเรา |
สำหรับกรมธรรม์รถยนต์ที่เริ่มคุ้มครองตั้งแต่ 1 มกราคม 2569 วงเงินขั้นต่ำ TPBI คือ 500,000 บาทต่อคน และ 20,000,000 บาทต่อครั้ง ส่วน TPPD ขั้นต่ำตามเอกสารมาตรฐานคือ 200,000 บาทต่อครั้ง[1][5] วงเงินในใบเสนอราคาอาจสูงกว่าขั้นต่ำได้ จึงให้เทียบ “ต่อคน” และ “ต่อครั้ง” แยกกัน
หากมี OD ให้ดูทุนประกันรถด้วย เอกสารมาตรฐานระบุว่าไม่ควรรับประกันต่ำกว่า 80% ของราคารถ ณ วันเริ่มประกัน เว้นแต่รถที่ไม่มีการเสียภาษีขาเข้า[1] นี่เป็นจุดที่ช่วยให้เห็นว่าเบี้ยต่ำอาจแลกมากับทุนประกันหรือเงื่อนไขที่ต่างออกไป
ค่าเสียหายส่วนแรก: ส่วนลดที่ต้องแลกกับความเสี่ยง
ค่าเสียหายส่วนแรกไม่ได้มีความหมายเดียว ต้องแยกว่าเป็นข้อตกลงลดเบี้ย เป็นผลจากผิดเงื่อนไข หรือเป็นค่าใช้จ่ายที่กำหนดไว้ในตารางกรมธรรม์
- หากตกลงรับผิดชอบค่าเสียหายรถเราเอง 5,000 บาทแรก บริษัทต้องลดเบี้ยเท่ากับ 100% ของจำนวนค่าเสียหายส่วนแรกนั้น; ส่วนที่เกิน 5,000 บาท ลดเบี้ย 10% ของส่วนที่เกิน
- หากตกลงรับผิดชอบความเสียหายต่อทรัพย์สินบุคคลภายนอก 5,000 บาทแรก ลดเบี้ย 10%; ส่วนที่เกินลด 1%
- กรณีใช้รถนอกเหนือจากที่ระบุ หรือแบบระบุชื่อผู้ขับขี่แต่คนขับไม่ตรงชื่อ อาจมีค่าเสียหายส่วนแรกที่กำหนดไว้ เช่น 2,000 บาทสำหรับทรัพย์สินบุคคลภายนอก และ 6,000 บาทสำหรับความเสียหายรถเราในการชนหรือคว่ำตามเงื่อนไข
ตัวเลขข้างต้นเป็นเกณฑ์ในเอกสารมาตรฐาน ไม่ใช่คำแนะนำให้เลือก deductible เสมอไป[1] ก่อนตอบรับส่วนลด ให้ถามตัวเองว่า หากเกิดเหตุหนึ่งครั้ง จะจ่ายจำนวนที่รับไว้ได้โดยไม่กระทบเงินฉุกเฉินหรือไม่
ถูกชนแล้วเราไม่ผิด: NCB กระทบหรือไม่
ส่วนลดประวัติดี (NCB) สำหรับการใช้รถส่วนบุคคลเป็นลำดับ 20% เมื่อไม่มีการเรียกร้องในปีแรก 30% เมื่อไม่มีการเรียกร้องต่อเนื่อง 2 ปี และ 40% เมื่อ 3 ปีขึ้นไป สำหรับลักษณะใช้อื่นมีขั้น 50% เมื่อครบ 4 ปีขึ้นไป[1]
จุดสำคัญคือ กรมธรรม์นิยาม “รถยนต์คันที่ไม่มีการเรียกร้องค่าเสียหาย” ให้รวมกรณีที่มีการเรียกร้อง แต่ความเสียหายเกิดจากความประมาทของบุคคลภายนอกและรู้ตัวผู้รับผิดจนบริษัทมีสิทธิเรียกคืนได้[1] จึงไม่ควรสรุปว่า “เคลมทุกครั้งทำให้เสีย NCB” หรือ “ถูกชนแล้วไม่กระทบแน่นอน” โดยไม่ดูข้อเท็จจริงและเอกสารคู่กรณี
หลังเกิดเหตุ ให้เก็บภาพตำแหน่งรถ ป้ายทะเบียน ร่องรอยความเสียหาย และข้อมูลคู่กรณี แจ้งบริษัทโดยไม่ชักช้า และในกรณีมีการกระทำความผิดทางอาญาให้แจ้งตำรวจโดยไม่ชักช้า[1] เอกสารมาตรฐานไม่ได้กำหนดตัวเลขตายตัวว่าแจ้งเหตุภายในกี่ชั่วโมง จึงอย่าเชื่อกำหนดเวลา 24 ชั่วโมงหรือ 7 วัน หากไม่ได้ปรากฏในกรมธรรม์ของคุณ
ข้อยกเว้นที่ควรอ่านก่อนเกิดเหตุ
- การขับขี่ขณะมีแอลกอฮอล์ในเลือดเกิน 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ หรือเกิน 20 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์สำหรับผู้ขับขี่อายุต่ำกว่า 20 ปี ผู้มีใบอนุญาตชั่วคราว ไม่มีใบอนุญาต หรืออยู่ระหว่างถูกพัก/ถอนใบอนุญาต รวมถึงกรณีไม่ยินยอมตรวจ เป็นข้อยกเว้นตามเงื่อนไขที่ระบุ[1]
- การใช้รถนอกอาณาเขตคุ้มครอง ใช้ผิดกฎหมาย แข่งความเร็ว หรือนอกเหนือจากลักษณะการใช้ที่แจ้งไว้ เป็นเรื่องที่ต้องตรวจในกรมธรรม์[1]
- ข้อยกเว้นทั่วไปครอบคลุมเหตุอย่างสงคราม การกบฏ อาวุธหรือรังสีปรมาณู และ Cyber Breach ที่ไม่ได้รับอนุญาตจากผู้ผลิตตามถ้อยคำในกรมธรรม์[1]
อย่าอ่านเฉพาะหน้าสรุปการตลาด เพราะข้อยกเว้นและเอกสารแนบท้ายมีผลต่อขอบเขตความคุ้มครองจริง
เลือกแบบไหนก่อนต่ออายุ
| หากสถานการณ์ของคุณเป็นแบบนี้ | แนวคิดในการคัดเลือก |
|---|---|
| ต้องการรับความเสี่ยงรถชนเสา กำแพง รถล้มเอง น้ำท่วม หรือเหตุไม่มีคู่กรณีให้น้อยลง | เริ่มเทียบชั้น 1 แล้วตรวจทุนประกัน ค่าเสียหายส่วนแรก และข้อยกเว้น |
| อยากให้รถเราได้รับความคุ้มครองเมื่อชนรถ และยังต้องการไฟไหม้/รถหาย | อ่าน 2+ โดยมองหารายการ ร.ย.ภ.10 และเงื่อนไขระบุคู่กรณี |
| ต้องการความรับผิดต่อคนอื่นพร้อมความคุ้มครองไฟไหม้/รถหาย แต่ยอมรับค่าซ่อมจากการชนของรถเราเอง | ตรวจประเภท 2 และรายการ F&T |
| รถมูลค่าไม่สูง ใช้น้อย มีเงินสำรองซ่อมเอง และต้องการคุ้มครองความรับผิดต่อคนอื่น | พิจารณาชั้น 3 ร่วมกับ พ.ร.บ. โดยยอมรับว่ารถเราไม่อยู่ในความคุ้มครองความเสียหาย |
| ไม่ต้องการซื้อภาคสมัครใจ | ทำ พ.ร.บ. ให้ครบตามกฎหมาย แล้วกันเงินสำรองสำหรับค่าซ่อมรถเราและความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น |
ตารางนี้เป็นกรอบตัดสินใจ ไม่ใช่เกณฑ์รับประกันของบริษัทใด รถอายุเท่าเดิมอาจได้เงื่อนไขต่างกันตามการใช้งาน ทุนประกัน ประวัติ และข้อกำหนดของผู้รับประกัน
เช็กลิสต์ 10 ข้อก่อนเซ็นหรือกดต่ออายุ
- ชื่อประเภทและรายการข้อตกลงคุ้มครองตรงกับที่เข้าใจหรือไม่
- TPBI ต่อคนและต่อครั้งเป็นเท่าไร โดยเฉพาะกรมธรรม์ใหม่หลัง 1 มกราคม 2569
- TPPD ต่อครั้งเท่าไร
- ทุนประกันรถและมูลค่ารถปัจจุบันสมเหตุสมผลหรือไม่
- มี F&T หรือไม่ และระบุรถหาย/ไฟไหม้อย่างไร
- ถ้าเป็น 2+ หรือ 3+ มี ร.ย.ภ.10 หรือเอกสารแนบท้ายใดบ้าง และต้องระบุคู่กรณีหรือไม่
- น้ำท่วม รถชนไม่มีคู่กรณี และความเสียหายที่ไม่ใช่การชนอยู่ในรายการใด
- ค่าเสียหายส่วนแรกมีหรือไม่ เป็นแบบตกลงลดเบี้ย หรือเกิดเมื่อผิดเงื่อนไข
- ชื่อผู้ขับขี่และลักษณะการใช้รถถูกต้องหรือไม่
- ช่องทางแจ้งเหตุ เอกสารที่ต้องใช้ และช่องทางร้องเรียนอยู่ที่ใด
หากถูกปฏิเสธหรือชดเชยไม่เป็นธรรม
เก็บสำเนากรมธรรม์ ตารางความคุ้มครอง หลักฐานแจ้งเหตุ ภาพถ่าย เอกสารคู่กรณี และหนังสือโต้ตอบไว้ก่อน ติดต่อบริษัทเพื่อขอเหตุผลอ้างอิงข้อในกรมธรรม์ หากยังไม่ได้ข้อยุติ สามารถสอบถามสายด่วน คปภ. 1186 หรือยื่นเรื่องผ่านระบบรับเรื่องร้องเรียน PPMS ของ คปภ.[3][6] กรณี พ.ร.บ. ที่เรียกร้องจากบริษัทไม่ได้ รถไม่มี พ.ร.บ. หรือชนแล้วหนี กองทุนทดแทนผู้ประสบภัยมีบทบาทจ่ายค่าเสียหายเบื้องต้นตามเงื่อนไข[3]
คำถามที่พบบ่อย
ชั้น 2+ รวมน้ำท่วมไหม
อย่าเหมารวม ตารางของผู้ให้บริการรายหนึ่งที่ตรวจในวันที่ 13 กันยายน 2569 แสดงว่า 2+ ไม่รวมน้ำท่วม แต่ผลิตภัณฑ์ในตลาดอาจเพิ่มหรือตัดความคุ้มครองต่างกันได้ คำตอบที่ใช้ได้กับคุณจึงอยู่ในตารางกรมธรรม์และเอกสารแนบท้ายของแผนนั้น[4]
รถอายุ 10 ปีทำชั้น 1 ได้ไหม
ไม่มีคำตอบเดียวจากเอกสารมาตรฐาน ตัวอย่างเกณฑ์ของบริษัทหนึ่งรับชั้น 1 ซ่อมห้างรถอายุไม่เกิน 5 ปี และซ่อมอู่ทั่วไปไม่เกิน 15 ปี แต่เป็นนโยบายบริษัทนั้น ไม่ใช่กฎหมายหรือเกณฑ์เดียวของตลาด[4]
ถูกชนแล้วเป็นฝ่ายถูก ต้องจ่ายซ่อมเองหรือไม่
ขึ้นกับความคุ้มครอง หลักฐาน และกระบวนการของบริษัท ถ้าทั้งสองฝ่ายมีประกันประเภท 1 อาจมีกลไกสัญญาสละสิทธิระหว่างบริษัทที่ต่างฝ่ายรับผิดชอบซ่อมรถลูกค้าตนเองในขอบเขตที่กำหนด แต่ไม่ใช่สิทธิที่รับประกันผลรายกรณี และสัญญาระบุว่าครอบคลุมเฉพาะความคุ้มครองหลัก ไม่รวมเอกสารแนบท้ายบางรายการ[7]
วิธีจัดทำและการแก้ไข
บทความนี้จัดทำเพื่ออธิบายเงื่อนไขและช่วยตั้งคำถามก่อนซื้อ ไม่จัดอันดับบริษัท ไม่แนะนำแผนเฉพาะราย และไม่มีลิงก์แอฟฟิลิเอต ผู้จัดทำอ่านเอกสารมาตรฐานกรมธรรม์ คำสั่งแก้ไข และแหล่งทางการที่ระบุด้านล่าง โดยตรวจแหล่งเมื่อ 13 กันยายน 2569 หากพบข้อมูลคลาดเคลื่อนหรือเอกสารอัปเดต โปรดแจ้งผ่านช่องทางติดต่อของเว็บไซต์พร้อมลิงก์หรือสำเนาเอกสาร
แหล่งอ้างอิง
- คำสั่งนายทะเบียนที่ 46/2567: แบบ ข้อความ และพิกัดอัตราเบี้ยประกันภัยของกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์
- คำสั่งนายทะเบียนที่ 66/2568: ตารางกรมธรรม์ประกันภัยคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ
- กองบัญชาการตำรวจนครบาล: ประกันภัย พ.ร.บ.
- วิริยะประกันภัย: ประเภทประกันรถยนต์และตารางเปรียบเทียบ
- สมาคมประกันวินาศภัยไทย: การประกันภัยยานยนต์ (รวมคำสั่งนายทะเบียนที่ 51/2568)
- คปภ.: ระบบรับเรื่องร้องเรียน PPMS
- สมาคมประกันวินาศภัยไทย: หนังสือสัญญาสละสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายซึ่งกันและกัน ฉบับปี 2569