คู่มือช่วยตัดสินใจ

ประกันรถยนต์ ชั้น 1 / 2+ / 2 / 3 ต่างกันอย่างไร เลือกแบบไหนก่อนต่ออายุ

14 กันยายน 2026

สรุปก่อนเลือก: ประกันรถยนต์ “ชั้น 1 / 2+ / 2 / 3” ต่างกันหลัก ๆ ที่รถของเราเสียหายจากอะไรแล้วมีความคุ้มครองหรือไม่ ไม่ใช่แค่ราคาเบี้ย ประกันชั้น 1 ครอบคลุมรถเราอย่างกว้างที่สุด; 2+ และ 3+ คุ้มครองรถเราเฉพาะกรณีชนกับยานพาหนะทางบกตามเอกสารแนบท้าย; ชั้น 2 เน้นความรับผิดต่อคนอื่นพร้อมไฟไหม้/รถหาย; ชั้น 3 เน้นความรับผิดต่อคนอื่นเป็นหลัก ส่วน พ.ร.บ. เป็นประกันภาคบังคับสำหรับความเสียหายต่อชีวิตและร่างกาย ไม่ใช่ประกันซ่อมรถ

ข้อมูลและวงเงินในบทความตรวจจากเอกสารที่ระบุในวันที่ 13 กันยายน 2569 เงื่อนไขและทุนประกันในใบเสนอราคาจริงอาจต่างกัน จึงควรใช้บทความนี้เป็นเช็กลิสต์ก่อนอ่านตารางกรมธรรม์ที่จะซื้อหรือต่ออายุ

ตารางสั้น: ชั้น 1 / 2+ / 2 / 3 ต่างกันอย่างไร

แบบที่ตลาดเรียกคุ้มครองความรับผิดต่อบุคคลภายนอกรถเราเมื่อชนรถไฟไหม้/รถหายรถเราเมื่อชนเสา กำแพง หรือล้มเอง
ชั้น 1มีมีมีมีตามความคุ้มครองรถยนต์
ชั้น 2+มีมีเฉพาะชนกับยานพาหนะทางบกตามเอกสารแนบท้ายมีไม่อยู่ในความคุ้มครอง “ชนกับยานพาหนะทางบก”
ชั้น 2มีไม่มีมีไม่มี
ชั้น 3+มีมีเฉพาะชนกับยานพาหนะทางบกตามเอกสารแนบท้ายไม่มีไม่อยู่ในความคุ้มครอง “ชนกับยานพาหนะทางบก”
ชั้น 3มีไม่มีไม่มีไม่มี

ตารางนี้สรุปกลไกของกรมธรรม์มาตรฐาน ไม่ใช่คำรับประกันว่าทุกแผนขายจริงมีรายการคุ้มครองเท่ากัน โดยเฉพาะน้ำท่วม ความคุ้มครองอุบัติเหตุส่วนบุคคล ค่ารักษา และประกันตัวผู้ขับขี่ ต้องดูตารางของฉบับที่กำลังจะเซ็นเป็นรายรายการ[1][4]

พ.ร.บ. + ชั้น 3 ไม่เท่ากับชั้น 1

พ.ร.บ. หรือประกันภัยภาคบังคับ มีไว้คุ้มครองผู้ประสบภัยด้านชีวิต ร่างกาย หรืออนามัย ไม่ได้คุ้มครองทรัพย์สินและรถของเรา ผู้ขับขี่รถคันที่เอาประกันได้รับไม่เกินค่าเสียหายเบื้องต้นตามตาราง พ.ร.บ.[2] ชั้น 3 เป็นประกันสมัครใจที่เน้นความรับผิดต่อบุคคลภายนอก จึงยังไม่ทำให้รถของเราได้รับความคุ้มครองเมื่อเสียหาย

พ.ร.บ. ตามตารางกรมธรรม์จำนวนเงิน
ความเสียหายต่อร่างกายหรืออนามัยไม่เกิน 80,000 บาทต่อคน
เสียชีวิตหรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง500,000 บาทต่อคน
ทุพพลภาพถาวรหรือสูญเสียอวัยวะ200,000–500,000 บาทต่อคน ตามเงื่อนไข
ชดเชยรายวันกรณีผู้ป่วยใน200 บาทต่อวัน รวมไม่เกิน 20 วัน
เพดานรวมไม่เกิน 504,000 บาทต่อคน และ 20,000,000 บาทต่ออุบัติเหตุหนึ่งครั้ง
ค่าเสียหายเบื้องต้น30,000 บาทกรณีบาดเจ็บ; 35,000 บาทกรณีเสียชีวิต หรือสูญเสียอวัยวะ/ทุพพลภาพถาวร

พ.ร.บ. เป็นสิ่งที่เจ้าของหรือผู้ครอบครองรถต้องจัดทำและใช้ต่ออายุภาษีรถประจำปีได้ การไม่ทำมีโทษปรับตามข้อมูลของกองบัญชาการตำรวจนครบาล: เจ้าของรถไม่เกิน 10,000 บาท ผู้ใช้รถไม่เกิน 10,000 บาท และหากเป็นทั้งเจ้าของและใช้รถอาจรวมไม่เกิน 20,000 บาท[3] ส่วนประกันสมัครใจเลือกไม่ทำได้ แต่ต้องยอมรับค่าซ่อมรถเราเองและความเสี่ยงความรับผิดที่เกินวงเงิน

คำว่า “ชั้น” กับ “ประเภท” ในกรมธรรม์

เอกสารมาตรฐานแบ่งกรมธรรม์ภาคสมัครใจเป็น 5 ประเภท ไม่ได้เรียกว่า “ชั้น” ได้แก่ ประเภท 1, ประเภท 2, ประเภท 3, แบบคุ้มครองเฉพาะทรัพย์สินบุคคลภายนอก และแบบคุ้มครองเฉพาะภัย[1] ในการใช้คำทั่วไป คนจึงมักเรียกประเภท 1 ว่า “ชั้น 1” และประเภท 3 ว่า “ชั้น 3”

ส่วน 2+ และ 3+ ไม่ควรตีความว่าเป็นชั้นใหม่ที่คุ้มครองเท่าชั้น 1 กลไกที่ตรวจได้คือเป็นกรมธรรม์ประเภท 2 หรือ 3 แบบคุ้มครองเฉพาะภัย ร่วมกับเอกสารแนบท้าย ร.ย.ภ.10 ซึ่งคุ้มครองความเสียหายรถเราเพราะชนกับ “ยานพาหนะทางบก” เท่านั้น และผู้เอาประกันต้องแจ้งคู่กรณีอีกฝ่ายได้[1] เพราะฉะนั้นชนรถจึงต่างจากชนเสา ชนกำแพง ชนสัตว์ หรือรถล้มเอง

ดูคำคุ้มครอง 4 ช่องนี้ก่อนดูราคา

คำในตารางกรมธรรม์ความหมายที่ควรถามต่อ
TPBIความรับผิดต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยของบุคคลภายนอก รวมถึงผู้โดยสารในรถคันเอาประกัน
TPPDความรับผิดต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก
F&Tความสูญหายและไฟไหม้ของรถเรา
ODความเสียหายของรถเรา

สำหรับกรมธรรม์รถยนต์ที่เริ่มคุ้มครองตั้งแต่ 1 มกราคม 2569 วงเงินขั้นต่ำ TPBI คือ 500,000 บาทต่อคน และ 20,000,000 บาทต่อครั้ง ส่วน TPPD ขั้นต่ำตามเอกสารมาตรฐานคือ 200,000 บาทต่อครั้ง[1][5] วงเงินในใบเสนอราคาอาจสูงกว่าขั้นต่ำได้ จึงให้เทียบ “ต่อคน” และ “ต่อครั้ง” แยกกัน

หากมี OD ให้ดูทุนประกันรถด้วย เอกสารมาตรฐานระบุว่าไม่ควรรับประกันต่ำกว่า 80% ของราคารถ ณ วันเริ่มประกัน เว้นแต่รถที่ไม่มีการเสียภาษีขาเข้า[1] นี่เป็นจุดที่ช่วยให้เห็นว่าเบี้ยต่ำอาจแลกมากับทุนประกันหรือเงื่อนไขที่ต่างออกไป

ค่าเสียหายส่วนแรก: ส่วนลดที่ต้องแลกกับความเสี่ยง

ค่าเสียหายส่วนแรกไม่ได้มีความหมายเดียว ต้องแยกว่าเป็นข้อตกลงลดเบี้ย เป็นผลจากผิดเงื่อนไข หรือเป็นค่าใช้จ่ายที่กำหนดไว้ในตารางกรมธรรม์

  • หากตกลงรับผิดชอบค่าเสียหายรถเราเอง 5,000 บาทแรก บริษัทต้องลดเบี้ยเท่ากับ 100% ของจำนวนค่าเสียหายส่วนแรกนั้น; ส่วนที่เกิน 5,000 บาท ลดเบี้ย 10% ของส่วนที่เกิน
  • หากตกลงรับผิดชอบความเสียหายต่อทรัพย์สินบุคคลภายนอก 5,000 บาทแรก ลดเบี้ย 10%; ส่วนที่เกินลด 1%
  • กรณีใช้รถนอกเหนือจากที่ระบุ หรือแบบระบุชื่อผู้ขับขี่แต่คนขับไม่ตรงชื่อ อาจมีค่าเสียหายส่วนแรกที่กำหนดไว้ เช่น 2,000 บาทสำหรับทรัพย์สินบุคคลภายนอก และ 6,000 บาทสำหรับความเสียหายรถเราในการชนหรือคว่ำตามเงื่อนไข

ตัวเลขข้างต้นเป็นเกณฑ์ในเอกสารมาตรฐาน ไม่ใช่คำแนะนำให้เลือก deductible เสมอไป[1] ก่อนตอบรับส่วนลด ให้ถามตัวเองว่า หากเกิดเหตุหนึ่งครั้ง จะจ่ายจำนวนที่รับไว้ได้โดยไม่กระทบเงินฉุกเฉินหรือไม่

ถูกชนแล้วเราไม่ผิด: NCB กระทบหรือไม่

ส่วนลดประวัติดี (NCB) สำหรับการใช้รถส่วนบุคคลเป็นลำดับ 20% เมื่อไม่มีการเรียกร้องในปีแรก 30% เมื่อไม่มีการเรียกร้องต่อเนื่อง 2 ปี และ 40% เมื่อ 3 ปีขึ้นไป สำหรับลักษณะใช้อื่นมีขั้น 50% เมื่อครบ 4 ปีขึ้นไป[1]

จุดสำคัญคือ กรมธรรม์นิยาม “รถยนต์คันที่ไม่มีการเรียกร้องค่าเสียหาย” ให้รวมกรณีที่มีการเรียกร้อง แต่ความเสียหายเกิดจากความประมาทของบุคคลภายนอกและรู้ตัวผู้รับผิดจนบริษัทมีสิทธิเรียกคืนได้[1] จึงไม่ควรสรุปว่า “เคลมทุกครั้งทำให้เสีย NCB” หรือ “ถูกชนแล้วไม่กระทบแน่นอน” โดยไม่ดูข้อเท็จจริงและเอกสารคู่กรณี

หลังเกิดเหตุ ให้เก็บภาพตำแหน่งรถ ป้ายทะเบียน ร่องรอยความเสียหาย และข้อมูลคู่กรณี แจ้งบริษัทโดยไม่ชักช้า และในกรณีมีการกระทำความผิดทางอาญาให้แจ้งตำรวจโดยไม่ชักช้า[1] เอกสารมาตรฐานไม่ได้กำหนดตัวเลขตายตัวว่าแจ้งเหตุภายในกี่ชั่วโมง จึงอย่าเชื่อกำหนดเวลา 24 ชั่วโมงหรือ 7 วัน หากไม่ได้ปรากฏในกรมธรรม์ของคุณ

ข้อยกเว้นที่ควรอ่านก่อนเกิดเหตุ

  • การขับขี่ขณะมีแอลกอฮอล์ในเลือดเกิน 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ หรือเกิน 20 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์สำหรับผู้ขับขี่อายุต่ำกว่า 20 ปี ผู้มีใบอนุญาตชั่วคราว ไม่มีใบอนุญาต หรืออยู่ระหว่างถูกพัก/ถอนใบอนุญาต รวมถึงกรณีไม่ยินยอมตรวจ เป็นข้อยกเว้นตามเงื่อนไขที่ระบุ[1]
  • การใช้รถนอกอาณาเขตคุ้มครอง ใช้ผิดกฎหมาย แข่งความเร็ว หรือนอกเหนือจากลักษณะการใช้ที่แจ้งไว้ เป็นเรื่องที่ต้องตรวจในกรมธรรม์[1]
  • ข้อยกเว้นทั่วไปครอบคลุมเหตุอย่างสงคราม การกบฏ อาวุธหรือรังสีปรมาณู และ Cyber Breach ที่ไม่ได้รับอนุญาตจากผู้ผลิตตามถ้อยคำในกรมธรรม์[1]

อย่าอ่านเฉพาะหน้าสรุปการตลาด เพราะข้อยกเว้นและเอกสารแนบท้ายมีผลต่อขอบเขตความคุ้มครองจริง

เลือกแบบไหนก่อนต่ออายุ

หากสถานการณ์ของคุณเป็นแบบนี้แนวคิดในการคัดเลือก
ต้องการรับความเสี่ยงรถชนเสา กำแพง รถล้มเอง น้ำท่วม หรือเหตุไม่มีคู่กรณีให้น้อยลงเริ่มเทียบชั้น 1 แล้วตรวจทุนประกัน ค่าเสียหายส่วนแรก และข้อยกเว้น
อยากให้รถเราได้รับความคุ้มครองเมื่อชนรถ และยังต้องการไฟไหม้/รถหายอ่าน 2+ โดยมองหารายการ ร.ย.ภ.10 และเงื่อนไขระบุคู่กรณี
ต้องการความรับผิดต่อคนอื่นพร้อมความคุ้มครองไฟไหม้/รถหาย แต่ยอมรับค่าซ่อมจากการชนของรถเราเองตรวจประเภท 2 และรายการ F&T
รถมูลค่าไม่สูง ใช้น้อย มีเงินสำรองซ่อมเอง และต้องการคุ้มครองความรับผิดต่อคนอื่นพิจารณาชั้น 3 ร่วมกับ พ.ร.บ. โดยยอมรับว่ารถเราไม่อยู่ในความคุ้มครองความเสียหาย
ไม่ต้องการซื้อภาคสมัครใจทำ พ.ร.บ. ให้ครบตามกฎหมาย แล้วกันเงินสำรองสำหรับค่าซ่อมรถเราและความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น

ตารางนี้เป็นกรอบตัดสินใจ ไม่ใช่เกณฑ์รับประกันของบริษัทใด รถอายุเท่าเดิมอาจได้เงื่อนไขต่างกันตามการใช้งาน ทุนประกัน ประวัติ และข้อกำหนดของผู้รับประกัน

เช็กลิสต์ 10 ข้อก่อนเซ็นหรือกดต่ออายุ

  1. ชื่อประเภทและรายการข้อตกลงคุ้มครองตรงกับที่เข้าใจหรือไม่
  2. TPBI ต่อคนและต่อครั้งเป็นเท่าไร โดยเฉพาะกรมธรรม์ใหม่หลัง 1 มกราคม 2569
  3. TPPD ต่อครั้งเท่าไร
  4. ทุนประกันรถและมูลค่ารถปัจจุบันสมเหตุสมผลหรือไม่
  5. มี F&T หรือไม่ และระบุรถหาย/ไฟไหม้อย่างไร
  6. ถ้าเป็น 2+ หรือ 3+ มี ร.ย.ภ.10 หรือเอกสารแนบท้ายใดบ้าง และต้องระบุคู่กรณีหรือไม่
  7. น้ำท่วม รถชนไม่มีคู่กรณี และความเสียหายที่ไม่ใช่การชนอยู่ในรายการใด
  8. ค่าเสียหายส่วนแรกมีหรือไม่ เป็นแบบตกลงลดเบี้ย หรือเกิดเมื่อผิดเงื่อนไข
  9. ชื่อผู้ขับขี่และลักษณะการใช้รถถูกต้องหรือไม่
  10. ช่องทางแจ้งเหตุ เอกสารที่ต้องใช้ และช่องทางร้องเรียนอยู่ที่ใด

หากถูกปฏิเสธหรือชดเชยไม่เป็นธรรม

เก็บสำเนากรมธรรม์ ตารางความคุ้มครอง หลักฐานแจ้งเหตุ ภาพถ่าย เอกสารคู่กรณี และหนังสือโต้ตอบไว้ก่อน ติดต่อบริษัทเพื่อขอเหตุผลอ้างอิงข้อในกรมธรรม์ หากยังไม่ได้ข้อยุติ สามารถสอบถามสายด่วน คปภ. 1186 หรือยื่นเรื่องผ่านระบบรับเรื่องร้องเรียน PPMS ของ คปภ.[3][6] กรณี พ.ร.บ. ที่เรียกร้องจากบริษัทไม่ได้ รถไม่มี พ.ร.บ. หรือชนแล้วหนี กองทุนทดแทนผู้ประสบภัยมีบทบาทจ่ายค่าเสียหายเบื้องต้นตามเงื่อนไข[3]

คำถามที่พบบ่อย

ชั้น 2+ รวมน้ำท่วมไหม

อย่าเหมารวม ตารางของผู้ให้บริการรายหนึ่งที่ตรวจในวันที่ 13 กันยายน 2569 แสดงว่า 2+ ไม่รวมน้ำท่วม แต่ผลิตภัณฑ์ในตลาดอาจเพิ่มหรือตัดความคุ้มครองต่างกันได้ คำตอบที่ใช้ได้กับคุณจึงอยู่ในตารางกรมธรรม์และเอกสารแนบท้ายของแผนนั้น[4]

รถอายุ 10 ปีทำชั้น 1 ได้ไหม

ไม่มีคำตอบเดียวจากเอกสารมาตรฐาน ตัวอย่างเกณฑ์ของบริษัทหนึ่งรับชั้น 1 ซ่อมห้างรถอายุไม่เกิน 5 ปี และซ่อมอู่ทั่วไปไม่เกิน 15 ปี แต่เป็นนโยบายบริษัทนั้น ไม่ใช่กฎหมายหรือเกณฑ์เดียวของตลาด[4]

ถูกชนแล้วเป็นฝ่ายถูก ต้องจ่ายซ่อมเองหรือไม่

ขึ้นกับความคุ้มครอง หลักฐาน และกระบวนการของบริษัท ถ้าทั้งสองฝ่ายมีประกันประเภท 1 อาจมีกลไกสัญญาสละสิทธิระหว่างบริษัทที่ต่างฝ่ายรับผิดชอบซ่อมรถลูกค้าตนเองในขอบเขตที่กำหนด แต่ไม่ใช่สิทธิที่รับประกันผลรายกรณี และสัญญาระบุว่าครอบคลุมเฉพาะความคุ้มครองหลัก ไม่รวมเอกสารแนบท้ายบางรายการ[7]

วิธีจัดทำและการแก้ไข

บทความนี้จัดทำเพื่ออธิบายเงื่อนไขและช่วยตั้งคำถามก่อนซื้อ ไม่จัดอันดับบริษัท ไม่แนะนำแผนเฉพาะราย และไม่มีลิงก์แอฟฟิลิเอต ผู้จัดทำอ่านเอกสารมาตรฐานกรมธรรม์ คำสั่งแก้ไข และแหล่งทางการที่ระบุด้านล่าง โดยตรวจแหล่งเมื่อ 13 กันยายน 2569 หากพบข้อมูลคลาดเคลื่อนหรือเอกสารอัปเดต โปรดแจ้งผ่านช่องทางติดต่อของเว็บไซต์พร้อมลิงก์หรือสำเนาเอกสาร

แหล่งอ้างอิง

  1. คำสั่งนายทะเบียนที่ 46/2567: แบบ ข้อความ และพิกัดอัตราเบี้ยประกันภัยของกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์
  2. คำสั่งนายทะเบียนที่ 66/2568: ตารางกรมธรรม์ประกันภัยคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ
  3. กองบัญชาการตำรวจนครบาล: ประกันภัย พ.ร.บ.
  4. วิริยะประกันภัย: ประเภทประกันรถยนต์และตารางเปรียบเทียบ
  5. สมาคมประกันวินาศภัยไทย: การประกันภัยยานยนต์ (รวมคำสั่งนายทะเบียนที่ 51/2568)
  6. คปภ.: ระบบรับเรื่องร้องเรียน PPMS
  7. สมาคมประกันวินาศภัยไทย: หนังสือสัญญาสละสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายซึ่งกันและกัน ฉบับปี 2569
ใช้พลังจาก Amity Tech CMS