คู่มือช่วยตัดสินใจ

เคลมประกันเดินทางถูกปฏิเสธหรือจ่ายไม่ครบ ทำอย่างไร: ขอหนังสือแจ้งเหตุผล อุทธรณ์กับบริษัท และร้องเรียน คปภ. ผ่าน PPMS หรือสายด่วน 1186

7 ตุลาคม 2026

ได้ข้อความจากบริษัทว่า “ไม่คุ้มครอง” หรือโอนเงินมาไม่เต็มจำนวนที่เรียกร้อง — คำตอบตรง ๆ คือ เรื่องยังไม่จบเสมอไป แต่ทางต่อไม่ใช่การโทรสอบถามซ้ำหรือโพสต์บ่นในโซเชียล การต่อกรณีนี้มี 3 ระดับที่ต้องแยกให้ออก: (1) ระดับบริษัท — ขอเหตุผลเป็นลายลักษณ์อักษรและยื่นขอทบทวนกับหน่วยงานรับเรื่องร้องเรียนของบริษัท (2) ระดับสำนักงาน คปภ. — ยื่นเรื่องร้องเรียนผ่านระบบ PPMS หรือสายด่วน 1186 เพื่อเข้าสู่การเจรจาไกล่เกลี่ยและคำวินิจฉัยของนายทะเบียน (3) ระดับอนุญาโตตุลาการหรือศาล

ขั้นแรกที่คนมักข้ามคือ การขอ “หนังสือแจ้งเหตุผลการปฏิเสธหรือการจ่ายสินไหม” เป็นลายลักษณ์อักษร ซึ่งไม่ใช่การขอความกรุณา: ประกาศสำนักงาน คปภ. เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการชดใช้เงิน หรือค่าสินไหมทดแทนตามสัญญาประกันภัยของบริษัทประกันวินาศภัย พ.ศ. 2559 ข้อ 8(6) บังคับว่าเมื่อบริษัทปฏิเสธการชดใช้ หรือตกลงจำนวนเงินไม่ได้ ให้บริษัทแจ้งเป็นหนังสือ โดยระบุข้อเท็จจริงและเหตุผลของการปฏิเสธ พร้อมข้อกฎหมายหรือเงื่อนไขตามกรมธรรม์ประกันภัย และหนังสือนั้นต้องระบุช่องทางติดต่อบริษัทกรณีมีข้อสงสัยเกี่ยวกับผลการพิจารณาด้วย

ตัวเลขที่ต้องเข้าใจให้ถูกคือ 15 วัน กับ 30 วัน — 15 วันคือเพดานตามกฎหมายของ “การพิจารณา–ประเมินความเสียหาย–แจ้งผล (รวมถึงการปฏิเสธ)” ซึ่งนับจากวันที่บริษัทได้ตรวจสอบความเสียหายและได้รับเอกสารครบถ้วน ไม่ใช่นับจากวันที่คุณแจ้งเหตุ ส่วน 30 วันคือกรอบที่หน่วยงานรับเรื่องร้องเรียนของบริษัทต้องพิจารณาเรื่องร้องเรียนให้แล้วเสร็จ

อีกจุดที่คนเสียสิทธิโดยไม่รู้ตัว: คปภ. จะรับเรื่องก็ต่อเมื่อ คุณได้ร้องขอให้บริษัทพิจารณาและชดใช้เงินก่อนแล้ว และเมื่อ คปภ. ส่งสำเนาคำชี้แจงของบริษัทมาให้คุณ คุณต้องโต้แย้งภายใน 15 วัน มิฉะนั้นเรื่องจะถูกยุติ บทนี้จึงพาไล่ตามลำดับ — ขอหนังสือแจ้งเหตุผล → อุทธรณ์กับบริษัท → ยื่น PPMS/1186 → ติดตามเรื่อง → และเกณฑ์ว่าควรหยุดเมื่อไร

ข้อมูลในบทนี้ตรวจและยืนยันจากตัวบทและแหล่งทางการเมื่อ 7 ตุลาคม 2569 โดยระเบียบสำนักงาน คปภ. ว่าด้วยการพิจารณาเรื่องร้องเรียนและไกล่เกลี่ยข้อพิพาทด้านการประกันภัย พ.ศ. 2568 มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 7 พฤศจิกายน 2568

ตอบสั้นในตารางเดียว: 3 ระดับของ “ทางต่อ” เมื่อเคลมถูกปฏิเสธ

ระดับทำอะไรกรอบเวลาที่อ้างได้เงื่อนไขที่ต้องระวัง
1) บริษัท (ฝ่ายสินไหม / หน่วยงานรับเรื่องร้องเรียน) ขอหนังสือแจ้งเหตุผลเป็นลายลักษณ์อักษร แล้วยื่นคำขอให้ทบทวนพร้อมชุดหลักฐาน บันทึกการรับแจ้งเหตุและประมาณการค่าสินไหมภายใน 7 วัน · พิจารณาเรื่องร้องเรียนไม่เกิน 30 วัน · แจ้งผลการพิจารณาหรือการปฏิเสธไม่เกิน 15 วันนับแต่ได้เอกสารครบถ้วน ต้องยื่นกับบริษัทก่อนเสมอ ถ้ายังไม่เคยยื่น คปภ. ไม่รับเรื่อง
2) สำนักงาน คปภ. (เจ้าหน้าที่เจรจาไกล่เกลี่ย → ผู้ไกล่เกลี่ยขึ้นทะเบียน → คำวินิจฉัยนายทะเบียน) ยื่นเรื่องร้องเรียนผ่านระบบ PPMS (เข้าสู่ระบบด้วย ThaID) หรือสายด่วน 1186 ถ้าเจรจาไม่ยุติภายใน 30 วันนับแต่นัดแรก อาจส่งเข้าผู้ไกล่เกลี่ย · ผู้ไกล่เกลี่ยเริ่มใน 7 วัน และทำให้เสร็จใน 30 วัน ขยายได้ไม่เกิน 15 วัน และไม่เกิน 2 ครั้ง ต้องร้องบริษัทก่อน · ต้องโต้แย้งคำชี้แจงของบริษัทภายใน 15 วัน มิฉะนั้นถูกยุติเรื่อง
3) อนุญาโตตุลาการ หรือศาลยุติธรรม ใช้สิทธิต่อเมื่อไกล่เกลี่ยไม่สำเร็จ หรือเป็นปัญหาที่ระบบไกล่เกลี่ยยุติไม่ได้ ระเบียบ คปภ. 2568 ไม่ได้กำหนดกรอบเวลาไว้ที่ขั้นนี้ การร้องเรียนกับ คปภ. ไม่ทำให้อายุความสะดุดหยุดลง · เข้าไกล่เกลี่ยซ้ำในเรื่องเดิมไม่ได้อีก

ขั้นที่ 1 — ขอ “หนังสือแจ้งเหตุผล” เพราะกฎหมายบังคับให้บริษัทออกให้

คำบอกเล่าทางโทรศัพท์ว่า “เคสนี้ไม่เข้าเงื่อนไข” ไม่พอทั้งต่อการตัดสินใจของคุณและต่อการยื่นเรื่องในขั้นถัดไป เพราะสิ่งที่คุณต้องเอาไปโต้คือ เหตุผลที่ระบุได้ว่าเป็นการตีความข้อสัญญาข้อใด และเหตุผลนั้นต้องมาในรูปหนังสือตามประกาศ คปภ. 2559 ข้อ 8(6) ข้อนี้เองที่ทำให้ “การขอหนังสือแจ้งเหตุผล” ไม่ใช่คำขอส่วนตัว แต่เป็นการเรียกเอกสารที่กฎหมายกำหนดให้บริษัทต้องจัดทำ ประกาศฉบับนี้มีผลใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนด 180 วันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา คือตั้งแต่ปลายปี 2559 เป็นต้นมา

หนังสือที่ดีต้องมีอะไร — เช็กลิสต์ 5 ข้อ

  • ข้อเท็จจริง ที่บริษัทใช้ประกอบการพิจารณา เช่น วันที่เกิดเหตุ เอกสารที่ได้รับ และเอกสารที่บริษัทอ้างว่าขาด
  • เหตุผลของการปฏิเสธ หรือเหตุที่ไม่อาจชดใช้ตามจำนวนที่เรียกร้อง
  • ข้อกฎหมายหรือเงื่อนไขตามกรมธรรม์ประกันภัย ที่บริษัทอ้าง — ถ้าบริษัทอ้าง “ข้อยกเว้น” ต้องชี้ได้ว่าข้อยกเว้นข้อใดในกรมธรรม์ฉบับที่คุณถือ
  • ช่องทางและวิธีการติดต่อบริษัท กรณีมีข้อสงสัยเกี่ยวกับผลการพิจารณา
  • เลขที่อ้างอิงการเรียกร้อง หรือเลขที่ตรวจสอบรายการความเสียหาย ซึ่งบริษัทต้องออกให้ตั้งแต่ขั้นรับแจ้งเหตุ

ระหว่างรอผล บริษัทมีหน้าที่อีก 2 อย่างที่ใช้กดดันได้: ประกาศฉบับเดียวกัน ข้อ 12 กำหนดให้บริษัท เปิดเผยขั้นตอนและกระบวนการเรียกร้องค่าสินไหม เอกสารหลักฐานทั้งหมดที่ต้องใช้ ช่องทางติดต่อ และระยะเวลาที่ใช้พิจารณา–ชดใช้ ในเว็บไซต์ของบริษัท ให้ประชาชนทราบ และประกาศมาตรฐานกรอบระยะเวลาการให้บริการ (SLA) ของบริษัทประกันวินาศภัย พ.ศ. 2567 ข้อ 3 กำหนดให้บริษัทเปิดเผย SLA บนเว็บไซต์ของตนเองภายในวันที่ 1 มกราคม 2568 — ถ้าบริษัทบอกว่า “ใช้เวลาเท่าไรก็ได้” ให้ชี้ไปที่เอกสารที่บริษัทต้องประกาศเอง

ถ้าบริษัทไม่ยอมออกหนังสือให้

ให้ทำคำขอเป็นลายลักษณ์อักษร (อีเมลหรือจดหมายถึงฝ่ายสินไหม/หน่วยงานรับเรื่องร้องเรียน) แล้วเก็บสำเนาและหลักฐานการส่งไว้ เหตุผลไม่ใช่แค่ความสุภาพ แต่เป็นเพราะเอกสารที่ต้องใช้ยื่นกับ คปภ. ในข้อ 8 ของระเบียบ 2568 ระบุไว้เองว่าให้แนบ “เอกสารที่เกี่ยวกับการดำเนินการร้องขอให้บริษัทพิจารณาและชดใช้เงิน… แต่บริษัทปฏิเสธ” — คำขอและหลักฐานการติดต่อของคุณจึงเป็นส่วนหนึ่งของสำนวน

ขั้นที่ 2 — อ่านเหตุผลของบริษัทเทียบกับกรมธรรม์ของคุณ

ก่อนเขียนคำโต้แย้ง ให้แยกให้ชัดว่าเหตุผลของบริษัทเป็นเรื่อง ข้อกฎหมาย หรือ ข้อเท็จจริง เพราะสองประเภทนี้ใช้หลักฐานต่างกัน ระเบียบ คปภ. 2568 ข้อ 18 ระบุว่าประเด็นที่เจ้าหน้าที่ต้องกำหนด ได้แก่ ปัญหาข้อกฎหมาย เช่น การตีความบทบัญญัติของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง การตีความเงื่อนไขกรมธรรม์ประกันภัย ทั้งในส่วนเงื่อนไขความคุ้มครองหรือข้อยกเว้น หรือเป็นปัญหาข้อเท็จจริง เช่น ข้อโต้แย้งเกี่ยวกับจำนวนค่าสินไหมทดแทน หรือการรับฟังพยานหลักฐาน

ประเภทข้อโต้แย้งตัวอย่างที่พบบ่อยต้องเตรียมอะไรใครเป็นคนกำหนดประเด็น
ข้อกฎหมาย — การตีความเงื่อนไขความคุ้มครองหรือข้อยกเว้น บริษัทอ้างว่าเหตุการณ์นั้นอยู่นอกขอบเขตความคุ้มครอง หรือยกข้อยกเว้นบางข้อในกรมธรรม์ขึ้นมาปฏิเสธ สำเนากรมธรรม์ + ตารางความคุ้มครองฉบับที่ถืออยู่ + หนังสือแจ้งเหตุผลของบริษัทที่ระบุข้อสัญญาที่อ้าง ระเบียบ 2568 ข้อ 18 ระบุว่าการตีความเงื่อนไขกรมธรรม์และข้อยกเว้นเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เจ้าหน้าที่กำหนดประเด็นได้
ข้อเท็จจริง — จำนวนเงิน พยานหลักฐาน และข้อเท็จจริงของเหตุ บริษัทประเมินค่าความเสียหายต่ำกว่าที่จ่ายจริง หรือไม่รับฟังเอกสารการรักษา/รายงานเหตุของคุณ เอกสารรับแจ้งเหตุ ใบตรวจสอบรายการประเมินความเสียหาย ใบรับรองแพทย์ ใบเสร็จต้นฉบับ รายงานเหตุ ภาพถ่าย และบันทึกประจำวันเกี่ยวกับคดี (ถ้ามี) ระเบียบ 2568 ข้อ 18 ให้เจ้าหน้าที่กำหนดประเด็นข้อเท็จจริงได้ แต่ระเบียบข้อ 13(10) ระบุว่าไม่รับเรื่องร้องเรียนที่ให้มีการวินิจฉัยในปัญหาข้อเท็จจริง — ทั้งสองข้อนี้ต้องอ่านตามตัวอักษรคู่กัน ไม่ใช่ตีความแทนสำนักงาน

ประเด็นขอบเขตของบทความนี้: ถ้าปัญหาคือ วงเงินค่ารักษาและเพดานย่อย ให้เริ่มจาก วงเงินค่ารักษาพยาบาลในประกันเดินทาง ดูอย่างไรก่อนซื้อ ถ้าถูกปฏิเสธเพราะ ยกเลิกทริป ดู ยกเลิกทริป ประกันเดินทางคุ้มครองกรณีไหน ถ้าเป็นเรื่อง กระเป๋าล่าช้าหรือสูญหาย ดู กระเป๋าเดินทางล่าช้าหรือสูญหาย ประกันเคลมอย่างไร และถ้ายังไม่เคยยื่นเคลมครั้งแรก ดู ประกันเดินทางเคลมยังไง 2026 ขั้นตอน เอกสารที่ต้องเก็บ และกรอบเวลา

ตารางกรอบเวลาที่มีฐานกฎหมาย (ใช้ได้เฉพาะตัวเลขที่มีที่มา)

กำหนดเวลานับจากเมื่อไรใครต้องทำอะไรแหล่งที่มา
7 วันวันที่บริษัทรับแจ้งเหตุหรือการเรียกร้องบริษัทต้องบันทึกการรับแจ้งและประมาณการค่าสินไหมเบื้องต้น และออกเลขที่ตรวจสอบรายการความเสียหายประกาศ คปภ. 2559 ข้อ 8(1)
15 วัน (เพดานตามกฎหมาย)วันที่บริษัทได้ตรวจสอบความเสียหายและได้รับเอกสารครบถ้วนบริษัทต้องพิจารณาความเสียหาย ประเมิน และแจ้งผลการพิจารณา รวมถึงการปฏิเสธการชดใช้ — บริษัทกำหนดกี่วันให้ดู SLA ที่เปิดเผยบนเว็บไซต์ แต่ต้องไม่เกิน 15 วันSLA 2567 ของ คปภ. (แนบท้าย) และประกาศกระทรวงพาณิชย์ 2549 ข้อ 15
15 วันวันที่ตกลงจำนวนค่าสินไหมเป็นตัวเงินได้แล้วถ้าบริษัทกำหนดวันรับเงินเกิน 15 วันนับแต่วันที่ตกลงกัน ถือเป็นการประวิงการจ่ายประกาศกระทรวงพาณิชย์ 2549 ข้อ 3(1)
30 วันวันที่หน่วยงานรับเรื่องร้องเรียนของบริษัทได้รับเรื่องหรือเอกสารเพิ่มเติมหน่วยงานรับเรื่องร้องเรียนต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จ ไม่เกิน 30 วัน และแจ้งผลเป็นหนังสือพร้อมเหตุผลและข้อกฎหมาย/เงื่อนไขที่อ้างประกาศ คปภ. 2559 ข้อ 10(3) และ 10(5) · SLA 2567 แนบท้าย
15 วัน (กับดัก)วันที่คุณได้รับสำเนาคำชี้แจงของบริษัทพร้อมเอกสารจาก คปภ.คุณต้องโต้แย้งภายใน 15 วัน — ถ้าไม่โต้แย้งโดยไม่มีเหตุจำเป็นหรือเหตุสุดวิสัย ให้ยุติเรื่องร้องเรียนระเบียบ คปภ. 2568 ข้อ 20 วรรคสี่
7 วันกำหนดเดิมที่บริษัทต้องชี้แจงต่อ คปภ.บริษัทขอขยายเวลาชี้แจงได้ไม่เกิน 7 วันนับแต่วันครบกำหนดเดิม เว้นแต่มีเหตุสุดวิสัยระเบียบ คปภ. 2568 ข้อ 20 วรรคสอง
30 วันวันที่มีการนัดเจรจาไกล่เกลี่ยเรื่องร้องเรียนครั้งแรกถ้าเรื่องไม่อาจยุติได้ใน 30 วัน เจ้าหน้าที่อาจส่งเรื่องเข้าสู่การไกล่เกลี่ยโดยผู้ไกล่เกลี่ยที่ขึ้นทะเบียนระเบียบ คปภ. 2568 ข้อ 26
7 วัน / 30 วัน / +15 วัน ×2วันที่สำนักงานแต่งตั้งผู้ไกล่เกลี่ยต้องเริ่มไกล่เกลี่ยภายใน 7 วัน · ผู้ไกล่เกลี่ยต้องทำให้เสร็จใน 30 วันนับแต่วันที่เริ่มกระบวนการ และขยายได้ไม่เกิน 15 วัน และไม่เกิน 2 ครั้งระเบียบ คปภ. 2568 ข้อ 40 และ 48
15 วันวันที่บริษัทได้รับหนังสือคำวินิจฉัยของนายทะเบียนถ้าบริษัทไม่เห็นด้วย ต้องทำหนังสือโต้แย้งความเห็นต่อนายทะเบียนภายใน 15 วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือระเบียบ คปภ. 2568 ข้อ 29
10 ปีวันที่ครบกำหนดอายุความของค่าสินไหมที่บริษัทนำส่งเข้ากองทุนประกันวินาศภัยแล้วผู้มีสิทธิขอรับเงินคืนจากกองทุนได้ภายใน 10 ปีนับแต่วันที่ล่วงพ้นอายุความระเบียบกองทุนประกันวินาศภัย 2556 ข้อ 6

3 ความเข้าใจผิดเรื่อง “15 วัน”

  1. ไม่ใช่ 15 วันนับจากวันแจ้งเหตุ — เพดาน 15 วันนับจากวันที่บริษัทได้ตรวจสอบความเสียหายและได้รับเอกสารครบถ้วน ถ้าคุณส่งเอกสารช้า วันที่เริ่มนับก็เลื่อนออกไปด้วย
  2. ไม่ใช่คำสั่งว่าบริษัท “ต้องจ่าย” — 15 วันเป็นกรอบของการพิจารณาและแจ้งผล ซึ่งรวมถึงกรณีที่บริษัทแจ้งว่าไม่ชดใช้
  3. แต่ “15 วัน” อีกที่หนึ่งคือวันที่คุณเสียสิทธิ — การไม่โต้แย้งคำชี้แจงของบริษัทภายใน 15 วันนับแต่ได้รับสำเนา ทำให้ คปภ. ยุติเรื่อง

ส่วน อายุความของสิทธิเรียกร้องตามสัญญาประกันภัย (จำนวนปี) บทนี้ยังไม่ยืนยันจากแหล่งปฐมภูมิ จึงไม่ระบุตัวเลข สิ่งที่ยืนยันได้คือหลักที่ต้องจำไว้: การยื่นเรื่องร้องเรียนต่อสำนักงาน คปภ. ตามระเบียบนี้ ไม่มีผลทำให้อายุความสะดุดหยุดลง เว้นแต่เป็นการเสนอข้อพิพาทต่ออนุญาโตตุลาการ และระเบียบกำชับให้ผู้ร้องเรียนคำนึงถึงอายุความ เพื่อไม่ให้เสียสิทธิในการนำคดีเข้าสู่ชั้นอนุญาโตตุลาการหรือศาล

ขั้นที่ 3 — อุทธรณ์กับบริษัทให้เป็นระบบ (ทำก่อนไป คปภ.)

ประกาศ คปภ. 2559 ข้อ 10 บังคับให้บริษัท จัดให้มีหน่วยงานรับเรื่องร้องเรียนขึ้นภายในบริษัท เพื่อพิจารณาเรื่องร้องเรียน และถ้าเรื่องนั้นยุ่งยากซับซ้อนหรือมีค่าเสียหายมูลค่าสูง ให้ชี้ขาดในรูปคณะกรรมการที่ประกอบด้วยผู้บริหารที่มีอำนาจตัดสินใจชี้ขาดเรื่องร้องเรียน ผู้รับผิดชอบหน่วยงานพิจารณาสินไหมทดแทน หน่วยงานรับประกันภัย หน่วยงานกฎหมาย และหน่วยงานดูแลการปฏิบัติตามกฎหมาย — หมายความว่าคำขอทบทวนของคุณต้องเข้าช่องนี้ ไม่ใช่จบที่เจ้าหน้าที่สินไหมคนเดิม

คำตอบจากขั้นนี้ต้องเป็นหนังสือ โดยระบุเหตุแห่งการปฏิเสธพร้อมข้อกฎหมายหรือเงื่อนไขตามกรมธรรม์ประกันภัย และต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จไม่เกิน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับเรื่องหรือเอกสารเพิ่มเติม (ถ้ามี)

ชุดหลักฐานที่ควรยื่นพร้อมคำขอทบทวน

  • สำเนากรมธรรม์ประกันภัย และตารางความคุ้มครองของกรมธรรม์ฉบับที่ถือ
  • เอกสารรับแจ้งเหตุ และเลขที่ตรวจสอบรายการความเสียหายที่บริษัทออกให้
  • ใบตรวจสอบรายการประเมินความเสียหาย
  • ใบรับรองแพทย์ ใบเสร็จ/ใบแจ้งหนี้ต้นฉบับ และรายงานการรักษา เมื่อกรณีเป็นการเจ็บป่วยหรืออุบัติเหตุ
  • สำเนาบันทึกประจำวันเกี่ยวกับคดี และภาพถ่ายเหตุการณ์หรือความเสียหาย (ถ้ามี)
  • หนังสือแจ้งเหตุผลของบริษัท และจดหมาย/อีเมลทุกฉบับที่คุณติดต่อบริษัท พร้อมวันที่
  • คำขอที่ชัดเจนว่าต้องการให้บริษัทปฏิบัติอย่างไร (เช่น ทบทวนผลการพิจารณา ชดใช้ตามจำนวนที่เรียกร้อง หรือขอให้ระบุข้อสัญญาที่ใช้ปฏิเสธ)

ถ้าไม่แน่ใจว่าต้องใช้อะไร ประกาศ 2559 ข้อ 12 ทำให้คุณตรวจเองได้: บริษัทต้องเปิดเผยเอกสารหลักฐานทั้งหมดที่ต้องใช้และช่องทางติดต่อบนเว็บไซต์ของบริษัทอยู่แล้ว

ขั้นที่ 4 — ยื่นเรื่องกับ คปภ. ผ่านระบบ PPMS หรือสายด่วน 1186

เงื่อนไขสำคัญที่สุด: การยื่นเรื่องต้องเกิดขึ้นหลังจากคุณ “ร้องขอให้บริษัทพิจารณาและชดใช้เงินหรือค่าสินไหมทดแทนตามสัญญาประกันภัยก่อน” แล้วบริษัทปฏิเสธ หรือไม่สามารถตกลงจำนวนเงินกันได้ (ระเบียบ คปภ. 2568 ข้อ 10) และระเบียบข้อ 13 ระบุเป็นข้อแรกว่าไม่รับเรื่องที่ยังไม่ได้ดำเนินการร้องขอต่อบริษัทก่อน — ถ้ายังไม่เคยยื่นกับบริษัท อย่าเพิ่งเสียเวลายื่นกับสำนักงาน

ระเบียบข้อ 7 เปิดช่องทางยื่น 3 ทาง: (1) ยื่นโดยตรงต่อสำนักงาน (2) ยื่นผ่านทางไปรษณีย์มายังสำนักงาน (3) ยื่นผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์หรือช่องทางอื่นตามที่สำนักงานกำหนด ซึ่งทางที่ใช้กันจริงคือระบบ PPMS ของ คปภ. ที่ complaintportal.oic.or.th

ขั้นตอนในระบบ PPMS (ตามที่พอร์ทัลระบุ)

  1. เข้าสู่ระบบหรือสมัครสมาชิก โดยคลิกปุ่ม “เข้าสู่ระบบด้วย ThaID”
  2. ลงทะเบียนกับไลน์ “คปภ. รอบรู้”
  3. กรอกข้อมูลเพิ่มเติม
  4. เข้าใช้งานระบบ

พอร์ทัลระบุชัดว่า การยื่นเรื่องร้องเรียนด้วยตนเองทำได้เองโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น และมีหมวดเรื่องร้องเรียนแยกเป็น “ร้องเรียนประกันวินาศภัย” “ร้องเรียนประกันชีวิต” และ “ร้องเรียนตัวแทนหรือนายหน้า” — ประกันภัยการเดินทางที่ขายในไทยเดินในระบบประกันวินาศภัย กรณีนี้จึงใช้ช่อง “ร้องเรียนประกันวินาศภัย” (เป็นการอธิบายเชิงระบบ ไม่ได้อ้างนิยามจากตัวบท)

สายด่วน 1186 เป็นช่องทางที่พอร์ทัลของ คปภ. แสดงไว้คู่กัน และมีอีเมลสำหรับปัญหาการใช้งานระบบคือ [email protected] — อย่างไรก็ดี รายละเอียดเวลาทำการและขอบเขตการให้บริการของสายด่วนในบทนี้ยังไม่ยืนยันจากแหล่งทางการ จึงไม่ระบุเพิ่มเติม

สิ่งที่ต้องเตรียมตอนยื่น (ตามระเบียบ 2568 ข้อ 8)

  • ชื่อ-สกุล และเลขบัตรประชาชนหรือพาสปอร์ต (นิติบุคคลใช้หนังสือรับรองที่ออกไม่เกิน 6 เดือน)
  • ข้อเท็จจริงของเรื่องและความเสียหายที่เกิดขึ้น
  • คำขอที่ต้องการให้บริษัทปฏิบัติ
  • ลายมือชื่อผู้ร้องเรียน — ถ้ามอบอำนาจ ต้องแนบหนังสือมอบอำนาจ ต้นฉบับ ที่ระบุรายละเอียดเรื่องที่จะมอบอำนาจและติดอากรแสตมป์พร้อมขีดฆ่าถูกต้องครบถ้วน
  • เอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำเนากรมธรรม์ เอกสารรับแจ้งเหตุ ใบตรวจสอบรายการประเมินความเสียหาย สำเนาบันทึกประจำวัน และเอกสารการร้องขอให้บริษัทพิจารณาและชดใช้เงิน
  • ช่องทางติดต่อของคุณ

แบบเรื่องร้องเรียนและแบบหนังสือมอบอำนาจขอรับได้ที่สำนักงาน หรือดาวน์โหลดจากเว็บไซต์ของสำนักงาน คปภ.

เก็บเลขที่รับเรื่องไว้เสมอ เพราะทั้งพอร์ทัล PPMS และบริการตรวจสถานะของ คปภ. ให้ค้นด้วยเลขที่เรื่องร้องเรียนร่วมกับเลขบัตรประชาชน 13 หลัก เพื่อติดตามความคืบหน้าได้ด้วยตนเอง

หลังยื่นแล้ว คปภ. ทำอะไรต่อ (ลำดับตามระเบียบ 2568)

  1. เจ้าหน้าที่แจ้งเรื่องไปยังบริษัทโดยเร็ว เพื่อให้บริษัทชี้แจงข้อเท็จจริงพร้อมส่งเอกสารหลักฐาน การขอขยายระยะเวลาทำได้ไม่เกิน 7 วันนับแต่วันครบกำหนดเดิม เว้นแต่มีเหตุสุดวิสัย
  2. คุณได้รับสำเนาคำชี้แจงของบริษัท และต้องโต้แย้งภายใน 15 วัน — นี่คือจุดที่เรื่องจะถูกยุติถ้าเงียบ
  3. ถ้าตกลงกันได้ ทั้งหมดหรือบางส่วน จะมีการทำข้อตกลงประนีประนอมยอมความที่ระบุสาเหตุความเสียหาย ลักษณะความเสียหาย จำนวนเงินที่ตกลง และลายมือชื่อของคู่กรณี
  4. ถ้ายังไม่ตกลงและเจ้าหน้าที่เห็นว่าบริษัทควรทบทวนข้อเสนอหรือผลการพิจารณา เจ้าหน้าที่จะทำความเห็นเป็นบันทึกหรือหนังสือแจ้งให้บริษัทดำเนินการต่อไป
  5. ถ้าไม่ยุติภายใน 30 วันนับแต่นัดเจรจาครั้งแรก เจ้าหน้าที่อาจส่งเรื่องเข้าสู่การไกล่เกลี่ยโดยผู้ไกล่เกลี่ยที่ขึ้นทะเบียน — ต้องเริ่มไกล่เกลี่ยภายใน 7 วันนับแต่แต่งตั้ง และผู้ไกล่เกลี่ยต้องทำให้เสร็จใน 30 วัน ขยายได้ไม่เกิน 15 วัน และไม่เกิน 2 ครั้ง (ค่าตอบแทนผู้ไกล่เกลี่ยที่ระเบียบกำหนดไว้คือครั้งละ 2,000 บาท รวมกันไม่เกิน 10,000 บาทต่อข้อพิพาทหนึ่งเรื่อง โดยระเบียบไม่ได้ระบุว่าเป็นค่าใช้จ่ายที่ผู้ร้องเรียนต้องจ่าย)
  6. ถ้าไกล่เกลี่ยไม่สำเร็จ เจ้าหน้าที่จะบันทึกแจ้งให้คู่กรณีทราบเพื่อไปใช้สิทธิทางอนุญาโตตุลาการหรือศาลยุติธรรมต่อไป และ ไม่สามารถนำเรื่องเดิมเข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ยตามระเบียบนี้ได้อีก — ข้อมูลในชั้นไกล่เกลี่ยถือเป็นความลับและใช้เป็นพยานในชั้นอื่นไม่ได้ ซึ่งมีข้อดีคือคุณเจรจาได้อย่างเปิดกว้างขึ้น
  7. ถ้าเจ้าหน้าที่เห็นว่าบริษัทไม่ปฏิบัติตามกฎหมายหรือสัญญา จะเสนอเรื่องผ่านคณะกรรมการกลั่นกรองและให้คำปรึกษาต่อนายทะเบียนประกันภัย แล้วนายทะเบียนออกคำวินิจฉัยให้บริษัทปฏิบัติให้ถูกต้องและครบถ้วนโดยพลัน — ทั้งนี้ ถ้าบริษัทไม่เห็นด้วย ระเบียบให้บริษัททำหนังสือโต้แย้งความเห็นต่อนายทะเบียนได้ภายใน 15 วัน คำวินิจฉัยของนายทะเบียนจึงไม่ใช่คำสั่งที่บังคับได้แบบคำพิพากษา

กับดัก 2 ข้อที่ทำให้เสียสิทธิ (อ่านให้จบ)

กับดักที่ 1: ไม่โต้แย้งคำชี้แจงของบริษัทภายใน 15 วัน

ระเบียบ 2568 ข้อ 20 วรรคสี่ ระบุว่า ถ้าผู้ร้องเรียนไม่โต้แย้งคำชี้แจงของบริษัทภายใน 15 วันนับแต่วันที่ได้รับสำเนาคำชี้แจงพร้อมเอกสารหลักฐาน โดยไม่มีเหตุจำเป็นหรือเหตุสุดวิสัย ให้ยุติเรื่องร้องเรียน — เรื่องที่เดินมาถึงขั้นนี้แล้วอาจจบด้วยความเงียบ ไม่ใช่ด้วยคำวินิจฉัย

กับดักที่ 2: การร้องเรียนไม่ทำให้อายุความสะดุดหยุดลง

ระเบียบข้อ 14(3) และ 15(2) ระบุตรงกันว่าการยื่นเรื่องร้องเรียนต่อสำนักงานไม่มีผลให้อายุความสะดุดหยุดอยู่หรือสะดุดหยุดลง เว้นแต่กรณีเสนอข้อพิพาทต่ออนุญาโตตุลาการ ทางปฏิบัติคือเดินสองทางคู่กัน: ยื่นเรื่องกับ คปภ. ได้ แต่ถ้ามูลค่าสูงหรือประเด็นต้องสู้ด้วยพยานหลักฐานในชั้นศาล ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย ก่อนที่อายุความจะหมด (บทนี้ไม่ระบุจำนวนปีของอายุความ เพราะยังยืนยันจากแหล่งปฐมภูมิไม่ได้)

เมื่อไหร่ “ควรหยุด” — เกณฑ์ตามระเบียบ ไม่ใช่ความรู้สึก

ระเบียบ 2568 ข้อ 13 ระบุกรณีที่สำนักงานไม่รับเรื่องร้องเรียน ซึ่งใช้เป็นเช็กลิสต์ก่อนเสียเวลายื่นได้:

  • ยังไม่ได้ร้องขอให้บริษัทพิจารณาและชดใช้เงินก่อน → กลับไปทำที่บริษัทก่อน (ข้อ 13(1))
  • รายละเอียดไม่ชัดเจนหรือไม่ครบ → เติมข้อเท็จจริง เอกสาร และคำขอให้ครบ (ข้อ 13(2))
  • เรื่องซ้ำหรือเรื่องที่สำนักงานพิจารณายุติแล้ว (ข้อ 13(3))
  • ตกลงจำนวนเงินกันเป็นที่ยุติแล้ว หรือไม่ขอรับจนล่วงพ้นอายุความและบริษัทนำส่งเงินเข้ากองทุนแล้ว (ข้อ 13(4)) — กรณีหลังนี้ยังมีทางขอคืนจากกองทุนในภายหลังได้ตามระเบียบของกองทุน
  • มีบันทึกประนีประนอมยอมความแล้ว / อยู่ระหว่างหรือมีคำชี้ขาดอนุญาโตตุลาการ / อยู่ระหว่างหรือมีคำพิพากษาถึงที่สุดหรือระหว่างบังคับคดี — แต่ทุกข้อนี้มีข้อยกเว้นของข้อยกเว้นคือ เว้นแต่บริษัทไม่ทำตามข้อตกลง คำชี้ขาด หรือคำพิพากษานั้น (ข้อ 13(5)(6)(7))
  • ไม่ใช่ข้อพิพาทตามกรมธรรม์ หรือเป็นข้อพิพาทแรงงาน/จ้างทำของ (ข้อ 13(8)(9))
  • เป็นเรื่องที่ขอให้วินิจฉัยในปัญหาข้อเท็จจริง (ข้อ 13(10)) — ข้อนี้ต้องอ่านคู่กับข้อ 18 ที่ให้เจ้าหน้าที่กำหนดประเด็นข้อเท็จจริงได้ ทั้งสองข้อเป็นตัวบทตามที่ระเบียบเขียน ไม่ใช่การตีความเพิ่มของบทความนี้

เมื่อสำนักงานไม่รับเรื่อง จะแจ้งเป็นหนังสือหรือไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์พร้อมระบุเหตุแห่งการไม่รับทั้งข้อกฎหมายและข้อเท็จจริง

และมีอีกกรณีที่ควรยอมรับผลอย่างมีเหตุผล: ถ้าเหตุผลของบริษัทสอดคล้องกับข้อสัญญาและข้อยกเว้นในกรมธรรม์ฉบับที่คุณถืออยู่ชัดเจน และไม่มีประเด็นตีความให้ต่อสู้ การหยุดเพื่อไม่เสียเวลาอาจเป็นทางเลือกที่สมเหตุสมผลกว่า — บทความนี้ไม่มีเจตนาชี้ชวนให้ยื่นเรื่องในทุกกรณี

ปลายทางที่ไม่ค่อยมีใครบอก: ขอคืนจากกองทุนประกันวินาศภัยได้ถึง 10 ปี

ประกาศ คปภ. 2559 ข้อ 13 กำหนดว่า กรณีบริษัทมีค่าสินไหมทดแทนล่วงพ้นอายุความตามที่กฎหมายกำหนด ให้บริษัทนำส่งเงินนั้นเข้ากองทุนประกันวินาศภัยตามหลักเกณฑ์ของกองทุน ซึ่งสอดคล้องกับ พ.ร.บ.ประกันวินาศภัย พ.ศ. 2535 มาตรา 58 ที่กำหนดให้บริษัทนำส่งเงินเข้ากองทุนภายในหนึ่งเดือนนับแต่วันที่ครบกำหนดอายุความ และระเบียบกองทุนประกันวินาศภัย ว่าด้วยการขอรับและการจ่ายค่าสินไหมทดแทนที่ล่วงพ้นอายุความ พ.ศ. 2556 ข้อ 6 เปิดให้ผู้มีสิทธิขอรับเงินคืนจากกองทุนได้ภายใน 10 ปีนับแต่วันที่ล่วงพ้นอายุความ

นอกจากนี้ พ.ร.บ.ประกันวินาศภัย พ.ศ. 2535 มาตรา 36 ยังห้ามบริษัทประวิงการจ่ายค่าสินไหมทดแทนหรือประวิงการคืนเบี้ยประกันภัยโดยไม่มีเหตุอันสมควร หรือจ่ายหรือคืนไปโดยไม่สุจริต และมาตรา 36/1 (เพิ่มโดยฉบับที่ 2 พ.ศ. 2551) ให้อำนาจนายทะเบียนจัดให้มีการพิจารณาข้อร้องเรียนและดำเนินการไกล่เกลี่ยได้ — นี่คือฐานอำนาจของกระบวนการทั้งหมดที่อธิบายมาข้างต้น

สิ่งที่ทำได้เองโดยไม่ต้องรอใคร

  1. ขอหนังสือแจ้งเหตุผลเป็นลายลักษณ์อักษร ทุกครั้ง และเก็บสำเนาไว้ (สิทธิตามประกาศ คปภ. 2559 ข้อ 8(6))
  2. เปิด SLA และขั้นตอนการเคลมบนเว็บไซต์ของบริษัท ซึ่งบริษัทต้องเปิดเผยอยู่แล้ว (ประกาศ 2559 ข้อ 12 และ SLA 2567 ข้อ 3) เพื่อรู้ว่าบริษัทตั้งกรอบเวลาไว้กี่วัน และยื่นเอกสารได้ครบตามที่ประกาศไว้หรือยัง
  3. ตรวจว่าผู้ประเมินวินาศภัยที่บริษัทส่งมาตรวจความเสียหายได้รับใบอนุญาตจากนายทะเบียนหรือไม่ เพราะมาตรา 35/2 แห่ง พ.ร.บ.ประกันวินาศภัย 2535 กำหนดว่าผู้ที่จะเป็นผู้ประเมินวินาศภัยต้องได้รับใบอนุญาต
  4. เก็บเลขที่รับเรื่องและวันที่ทุกครั้ง ทั้งกับบริษัทและกับ คปภ. เพื่อใช้ติดตามสถานะและรักษากรอบเวลา 15 วันในการโต้แย้ง

ข้อจำกัดของบทความนี้

  • ตัวเลขและกระบวนการทั้งหมดอ้างจากเอกสารทางการที่ระบุในหัวข้อแหล่งอ้างอิง ตรวจครั้งล่าสุดเมื่อ 7 ตุลาคม 2569 — ระเบียบสำนักงาน คปภ. ว่าด้วยการพิจารณาเรื่องร้องเรียนและไกล่เกลี่ยข้อพิพาทด้านการประกันภัย พ.ศ. 2568 ใช้บังคับตั้งแต่ 7 พฤศจิกายน 2568 (ยกเลิกระเบียบไกล่เกลี่ย 2559 และระเบียบรับและพิจารณาเรื่องร้องเรียน 2564) ถ้ามีฉบับแก้ไขใหม่ ต้องตรวจก่อนใช้
  • อายุความของสิทธิเรียกร้องตามสัญญาประกันภัย (จำนวนปี) ไม่ได้ระบุในบทนี้ เพราะยังยืนยันจากแหล่งปฐมภูมิไม่ได้ ใช้ได้เฉพาะหลักที่ยืนยันแล้วว่าการร้องเรียนกับ คปภ. ไม่ทำให้อายุความสะดุดหยุดลง
  • รายการข้อยกเว้น วงเงิน และเอกสารเฉพาะของประกันเดินทางแต่ละแบบ ไม่ได้ยกมาเป็นข้อ ๆ ในบทนี้ เพราะขึ้นกับกรมธรรม์และตารางความคุ้มครองฉบับที่ผู้อ่านถืออยู่ วิธีที่ถูกคือใช้หนังสือแจ้งเหตุผล (ข้อ 8(6)) และเอกสารที่บริษัทต้องเปิดเผยบนเว็บไซต์ (ข้อ 12) เพื่อให้บริษัทระบุข้อสัญญาที่อ้างเอง
  • ประกาศกระทรวงพาณิชย์ พ.ศ. 2549 ที่อ้างถึงตัวเลข 15 วัน เป็นตัวบทที่ยังไม่ได้ยืนยันว่ายังใช้บังคับอยู่หรือไม่ในปัจจุบัน (เอกสารออกในยุคก่อน คปภ.) แต่ตัวเลข 15 วันได้รับการยืนยันซ้ำจากมาตรฐานกรอบระยะเวลาการให้บริการของ คปภ. พ.ศ. 2567
  • ช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ตามระเบียบข้อ 7(3) ระเบียบไม่ได้ระบุชื่อระบบว่าเป็น PPMS โดยตรง — บทนี้เทียบเคียงกับพอร์ทัลรับเรื่องร้องเรียนของ คปภ. ที่เปิดใช้งานจริง
  • บทความนี้ไม่ให้คำแนะนำทางกฎหมายเฉพาะบุคคล ไม่รับรองผลว่าจะได้รับเงิน ไม่จัดอันดับหรือรีวิวบริษัทประกันรายใด และ ไม่มีลิงก์ affiliate

คำถามที่พบบ่อย

บริษัทบอกปากเปล่าว่า “ไม่คุ้มครอง” ต้องทำอย่างไร

ขอให้แจ้งเป็นหนังสือ โดยระบุข้อเท็จจริงและเหตุผลของการปฏิเสธพร้อมข้อกฎหมายหรือเงื่อนไขตามกรมธรรม์ประกันภัย และช่องทางติดต่อบริษัทกรณีมีข้อสงสัย ตามประกาศ คปภ. 2559 ข้อ 8(6) ถ้าไม่ได้ให้ขอเป็นลายลักษณ์อักษรและเก็บหลักฐานการขอไว้

ต้องรอ 15 วันก่อนยื่นเรื่องกับ คปภ. หรือไม่

ไม่ใช่ 15 วันเป็นเพดานของการพิจารณาและแจ้งผลของบริษัท นับแต่วันที่ได้ตรวจสอบความเสียหายและได้รับเอกสารครบถ้วน สิ่งที่ต้องทำก่อนยื่นกับสำนักงานคือยื่นคำขอให้บริษัทพิจารณาและชดใช้เงินก่อน แล้วถูกปฏิเสธหรือตกลงจำนวนไม่ได้

ยื่นเรื่องกับ คปภ. แล้วจะได้เงินแน่หรือไม่

ไม่มีใครรับรองผลได้ กระบวนการคือการเจรจาไกล่เกลี่ย ถ้าตกลงได้จะทำข้อตกลงประนีประนอมยอมความ ถ้าเจ้าหน้าที่เห็นว่าบริษัทไม่ปฏิบัติตามกฎหมายหรือสัญญา จะเสนอต่อนายทะเบียนประกันภัยเพื่อออกคำวินิจฉัย และถ้าไกล่เกลี่ยไม่สำเร็จ ทางต่อไปคืออนุญาโตตุลาการหรือศาล

ร้องเรียนกับ คปภ. แล้วอายุความหยุดไหม

ไม่หยุด ระเบียบ 2568 ระบุว่าการยื่นเรื่องร้องเรียนต่อสำนักงานไม่มีผลทำให้อายุความสะดุดหยุดอยู่หรือสะดุดหยุดลง เว้นแต่กรณีเสนอข้อพิพาทต่ออนุญาโตตุลาการ จึงต้องคำนึงถึงอายุความคู่กันไปด้วย

ถ้าบริษัทไม่ออกหนังสือแจ้งเหตุผลเลย จะยื่นกับ คปภ. ได้ไหม

การยื่นกับสำนักงานต้องมีข้อเท็จจริง หลักฐาน และคำขอที่ชัดเจน รวมถึงเอกสารการร้องขอให้บริษัทพิจารณาและชดใช้เงิน ดังนั้นให้ทำคำขอเป็นหนังสือและเก็บหลักฐานการส่งไว้ตั้งแต่ต้น เพื่อให้มีเอกสารยืนยันว่าคุณได้ดำเนินการกับบริษัทแล้ว

การยื่นเรื่องร้องเรียนกับ คปภ. เสียค่าใช้จ่ายไหม

ระบบ PPMS ระบุว่าการยื่นเรื่องร้องเรียนด้วยตนเองทำได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น ส่วนค่าตอบแทนผู้ไกล่เกลี่ยที่ระเบียบกำหนดไว้ (ครั้งละ 2,000 บาท รวมกันไม่เกิน 10,000 บาทต่อข้อพิพาท) เป็นค่าตอบแทนตามระเบียบ ซึ่งไม่ได้ระบุว่าเป็นค่าใช้จ่ายที่ผู้ร้องเรียนต้องจ่าย

ไกล่เกลี่ยไม่สำเร็จ ยื่นใหม่ได้ไหม

ไม่ได้ ระเบียบระบุว่าเมื่อตกลงกันไม่ได้และได้แจ้งให้ไปใช้สิทธิทางอนุญาโตตุลาการหรือศาลแล้ว จะไม่สามารถนำเรื่องดังกล่าวเข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ยตามระเบียบนี้ได้อีก

ผู้ประเมินวินาศภัยที่บริษัทส่งมาตรวจ ตรวจสอบได้ไหม

ได้ ตามมาตรา 35/2 แห่ง พ.ร.บ.ประกันวินาศภัย พ.ศ. 2535 ผู้ที่จะเป็นผู้ประเมินวินาศภัยต้องได้รับใบอนุญาตจากนายทะเบียน

ถ้าปล่อยเรื่องเลยกำหนดอายุความไปแล้ว ยังได้เงินไหม

มีช่องทางได้ ถ้าบริษัทได้นำส่งค่าสินไหมที่ล่วงพ้นอายุความเข้ากองทุนประกันวินาศภัยแล้ว ผู้มีสิทธิขอรับเงินคืนจากกองทุนได้ภายใน 10 ปีนับแต่วันที่ล่วงพ้นอายุความ

แหล่งอ้างอิง

อ่านหลักการเลือกประกันเดินทางก่อนซื้อเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาตั้งแต่ต้นได้ที่ ประกันเดินทางเลือกยังไง ปี 2026: 7 จุดที่ต้องเทียบก่อนซื้อ · บทความนี้ไม่มีลิงก์ affiliate ไม่มีเจตนาชี้ชวนให้ซื้อหรือไม่ซื้อผลิตภัณฑ์ใด และไม่ให้คำแนะนำทางกฎหมายเฉพาะบุคคล หากพบข้อผิดพลาดด้านตัวเลขหรือที่มา แจ้งได้ที่หน้า บทความทั้งหมดของ RUAY OK

ใช้พลังจาก Amity Tech CMS